Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตไวส์(Bitwise) ดัน BHYP ETF หนุนโทเค็นไฮป์(HYPE) ผงาดลุ้นขึ้นแท่นอัลท์คอยน์หลักรอบไซเคิลนี้

บิตไวส์(Bitwise) ปลุกกระแสด้วย ‘BHYP’ ETF อ้างอิงราคาสปอตของโทเค็น ‘ไฮป์(HYPE)’ ที่เปิดเทรดแล้วพร้อมปริมาณซื้อขายและกระแสเงินไหลเข้าแข็งแกร่ง จนทำให้นักลงทุนเริ่ม ‘ประเมินสถานะของ HYPE ใหม่’ ว่าจะกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลักของรอบไซเคิลนี้ได้หรือไม่

ETF ตัวใหม่ของบิตไวส์คือ ‘BHYP’ จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) โดยกำหนดค่าธรรมเนียมการจัดการไว้ที่ 0.34% แต่ในช่วงเริ่มต้นมีโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียม 0% จนกว่ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(AUM) จะถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,483 พันล้านวอน) บิตไวส์ในฐานะผู้จัดการกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันบริหารเงินลงทุนรวมราว 11,000 ล้านดอลลาร์

ภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มซื้อขาย ETF ที่อ้างอิง HYPE ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐ 2 กอง มีวอลุ่มซื้อขายในวันที่ 20 พฤษภาคมเพิ่มขึ้นถึง 50% ในวันเดียว และมียอดเงินสุทธิไหลเข้ารวม 25.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 382 พันล้านวอน) โดย ‘BHYP’ เพียงกองเดียวดึงเม็ดเงินได้กว่า 8.8 ล้านดอลลาร์ (ราว 131 พันล้านวอน) ส่งให้กองทุนนี้ขึ้นมาเป็นหนึ่งใน ETF อ้างอิงอัลท์คอยน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชุดแรกของตลาด ‘ความคิดเห็น’ เม็ดเงินระดับนี้ในช่วงเปิดตัว บ่งชี้ว่าตลาดกำลังมอง HYPE เกินกว่าแค่กระแสระยะสั้น

‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ โปรโตคอลแม่ของ HYPE ก็อยู่ในโหมดเติบโตแบบก้าวกระโดด ปริมาณเทรดอนุพันธ์รวมทั้งปี 2025 ทะลุ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ในสัปดาห์ที่แล้วเพียงสัปดาห์เดียว Hyperliquid ทำรายได้ค่าธรรมเนียมบนบล็อกเชนคิดเป็น 44% ของทั้งตลาด รวมราว 11 ล้านดอลลาร์ (ราว 164 พันล้านวอน) สูงกว่ารายได้จากค่าธรรมเนียมของอีเธอเรียม(ETH) ในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งอยู่ที่ราว 3 ล้านดอลลาร์อย่างชัดเจน

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Hyperliquid ไม่ได้ถูกมองแค่เป็นโปรโตคอลที่มี ‘ทราฟฟิกเยอะ’ แต่ถูกประเมินว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มี ‘ศักยภาพสร้างรายได้จริง’ ซึ่งเป็นจุดต่างสำคัญเมื่อเทียบกับโปรโตคอล DeFi จำนวนมากที่เติบโตด้วยวอลุ่ม แต่กลับแปลงเป็นรายได้สุทธิได้น้อย

ฝั่งราคาโทเค็น ‘HYPE’ เองก็ไม่ธรรมดา ภายใน 2 สัปดาห์ล่าสุด ราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 50% สวนทางภาวะย่อของตลาดคริปโตโดยรวม ทะลุแนวต้านสำคัญหลายระดับ และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วง ‘ราคาเริ่มค้นหาสมดุลใหม่ (price discovery)’ ที่นักเก็งกำไรจับตามองอย่างใกล้ชิด

ในเชิงคาดการณ์ มีมุมมองว่าหาก ‘เงินทุนจาก ETF’ ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง HYPE มีโอกาสทะลุ 70 ดอลลาร์ และอาจขยับไปแถว 80 ดอลลาร์ได้ ‘ความคิดเห็น’ โซนนี้จะกลายเป็นระดับราคาที่กำหนดฐานมูลค่าใหม่ของโปรโตคอลเลยทีเดียว แต่หากหลังพ้นช่วงยกเว้นค่าธรรมเนียม 0% แล้ว ความเร็วของเม็ดเงินไหลเข้าชะลอลง ราคาก็อาจกลับไปเคลื่อนไหวสะสมกำลังอยู่แถว 60 ดอลลาร์

ในมุมมองเชิงลบ นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า หากยอดเงินไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์จาก ETF ลดต่ำกว่า 5 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ มีโอกาสที่ HYPE จะหลุดระดับ 55 ดอลลาร์ และอาจถอยลงไปทดสอบโซน 48 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง

อีกตัวแปรสำคัญในระบบนิเวศ Hyperliquid คือกองทุน ‘Assistance Fund’ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกลไกซื้อสะสม HYPE แบบกึ่งอัตโนมัติ โดย ณ เดือนมีนาคม 2026 กองทุนนี้ได้เข้าซื้อ HYPE รวมแล้วราว 28.5 ล้านโทเค็น ใช้เงินไปกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.9457 ล้านล้านวอน) หากเทียบในเชิงมูลค่าแล้ว เม็ดเงินซื้อกลับนี้ใหญ่อยู่ที่ราว 7% ของมาร์เก็ตแคปรายปี ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนการซื้อคืนของไบแนนซ์คอยน์(BNB) ถึงราว 4–5 เท่า

โครงสร้าง ‘แรงซื้อถาวร’ แบบนี้ช่วยหนุน ‘ด้านล่างของราคา’ ไม่ให้หลุดลึกง่าย ๆ และทำให้ HYPE ถูกมองว่าเป็นอัลท์คอยน์ที่มีดีมานด์เชิงโครงสร้างรองรับ มากกว่าพึ่งพาเพียงกระแสเก็งกำไรในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี การที่ HYPE เข้าสู่ตลาด ETF และกลายเป็นสินทรัพย์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น ก็ทำให้โอกาสทำกำไรแบบ ‘อัพไซด์ไม่สมส่วน (asymmetric upside)’ ของผู้ลงทุนรุ่นแรก ๆ ลดลงตามไปด้วย นักลงทุนบางส่วนจึงเริ่มหันมามองหาโปรเจ็กต์ช่วงตั้งไข่ที่อาจให้ผลตอบแทนสูงกว่า แม้ต้องแลกกับความเสี่ยงที่มากขึ้น

หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงคือ ‘บิตคอยน์ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’ โปรเจ็กต์เลเยอร์ 2 ของบิตคอยน์(BTC) ที่ผสานการทำงานกับโซลานา เวอร์ชวลแมชชีน(SVM) เป้าหมายของโปรเจ็กต์นี้คือรองรับธุรกรรมต่อวินาที(fps) ที่สูงขึ้น พร้อมต้นทุนรันสมาร์ตคอนแทรกต์ที่ถูกลง ขณะที่การชำระบัญชียังคงผูกอยู่กับเลเยอร์ความปลอดภัยของบิตคอยน์

ปัจจุบันโปรเจ็กต์ดังกล่าวระดมทุนได้แล้วราว 32.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 489 พันล้านวอน) พร้อมเสนออัตราผลตอบแทนจากการสเตกกิงเริ่มต้นแถว 36% ซึ่งดึงดูดสายฟาร์มผลตอบแทนได้ไม่น้อย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความผันผวนและความไม่แน่นอนของโปรเจ็กต์ระยะเริ่มต้นลักษณะนี้ ถือว่าอยู่ใน ‘โซนความเสี่ยง’ ที่แตกต่างจาก HYPE อย่างชัดเจน

โดยรวมแล้ว HYPE กำลังยืนอยู่บนสามเสาหลัก ได้แก่ ‘ETF ที่มีเงินไหลเข้า’, ‘ตัวเลขธุรกิจและรายได้ของ Hyperliquid ที่เติบโตแรง’ และ ‘แรงซื้อเชิงโครงสร้างจาก Assistance Fund’ ทำให้มันถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นผู้เล่นหลักในรอบไซเคิลปัจจุบันได้ ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ดี ทิศทางต่อจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความยั่งยืนของกระแสเงินจาก ETF และสภาพคล่องรวมของตลาดคริปโตว่าจะยังคงหนุนราคา HYPE ได้แค่ไหนในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1