บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญภาวะความต้องการจากสถาบันการเงินอ่อนแรงลงอีกครั้ง หลัง ‘สัญญาณเม็ดเงินสถาบัน’ จากกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบสปอต (Spot ETF) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาอยู่ในแดนลบ สะท้อนว่าเงินทุนขนาดใหญ่เริ่มกลับมาทยอยขายบิตคอยน์(BTC) แทนการเข้าซื้อเหมือนช่วงก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ดส์(Charles Edwards) ผู้ก่อตั้งบริษัทการลงทุน แครีออล อินเวสต์เมนต์ส(Carrioll Investments) เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล ‘เอ็กซ์(X)’ ว่า ตัวชี้วัด ‘Net Institutional Buying’ ของบิตคอยน์(BTC) ได้ปรับตัวลงมาอยู่ในโซนติดลบแล้ว ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากกระแสเงินเข้า–ออกของสถาบันผ่าน ‘สปอต ETF’ และการถือครองบิตคอยน์ของบริษัทด้านการเงินสินทรัพย์ดิจิทัล(DAT) เพื่อใช้เป็นเกณฑ์วัดทิศทางความต้องการของนักลงทุนสถาบัน
เอ็ดเวิร์ดส์ระบุว่า ดัชนีนี้เคยพลิกกลับขึ้นมาในแดนบวกตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และส่งสัญญาณว่า ‘ฝั่งซื้อของสถาบัน’ ได้เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่แรงซื้อจะค่อย ๆ แผ่วลงและกลับตัวสู่ภาวะ ‘ฝั่งขายของสถาบัน’ ในช่วงล่าสุด โดยปัจจัยสำคัญที่ฉุดให้ตัวเลขพลิกเป็นลบ มาจากการไหลออกสุทธิของเงินทุนในกองทุนสปอต ETF บิตคอยน์(BTC) สหรัฐอย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของตลาด ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐ หรือ CPI ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) เป็นอีกตัวแปรที่กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้ระมัดระวังมากขึ้น ข้อมูล CPI เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 แรงกดดันด้านราคาออกมาสูงกว่าที่คาด ทำให้บิตคอยน์(BTC) ซึ่งมักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ เผชิญแรงเทขายและการโยกย้ายเงินทุนบางส่วนออกจากตลาด
เอ็ดเวิร์ดส์แสดงความเห็นว่า “ตราบใดที่ตัวชี้วัดนี้ยังอยู่ในโซนสีแดง ก็ยากที่จะคาดหวังการฟื้นตัวของราคาที่มีนัยสำคัญ” ‘ความคิดเห็น’ นี้สะท้อนว่าการกลับเข้ามาซื้อของสถาบันในระดับชัดเจนอาจยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น
ด้านข้อมูลบนเชนก็กำลังส่งสัญญาณกดดันในทิศทางเดียวกัน บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน แกลสโนด(Glassnode) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบิตคอยน์จำนวนราว 7.75 ล้านเหรียญที่อยู่ในสถานะ ‘ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Loss)’ แม้ตัวเลขนี้จะลดลงจากช่วงหลังการร่วงแรงครั้งล่าสุด แต่หากเทียบกับระดับของปีที่แล้ว ก็ยังถือว่าคงอยู่ในโซนสูง และสะท้อนภาระด้านอุปทานที่กดดันตลาด
แกลสโนดอธิบายว่า ปริมาณเหรียญที่ติดลบจำนวนมากเช่นนี้ มักเป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อยในช่วงตลาดหมี โดยในหลายกรณี ภาระดังกล่าวจะถูกคลี่คลายก็ต่อเมื่อผู้ถือที่มีความเชื่อมั่นต่ำหรือ ‘มืออ่อน’ ทยอยยอมขายออกและออกจากตลาดไปก่อน ทำให้โครงสร้างผู้ถือครองกลับมาแข็งแรงขึ้นในระยะถัดไป ‘ความคิดเห็น’ บ่งชี้ว่าตลาดอาจยังอยู่ในช่วงการคัดกรองผู้เล่นที่ทนต่อความผันผวนไม่ได้
ในเชิงราคา บิตคอยน์(BTC) ยังเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางชัดเจน โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคายังคงแกว่งตัวบริเวณ 77,300 ดอลลาร์ แม้จะมีการดีดกลับบางส่วนหลังการร่วงแรงในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นที่โดดเด่นหรือการกลับตัวอย่างแข็งแรง
เมื่อพิจารณาร่วมกันทั้งภาวะความต้องการจากสถาบันที่ชะลอตัวลง ผลกระทบจากปัจจัยมหภาคโดยเฉพาะเงินเฟ้อสหรัฐ และปริมาณบิตคอยน์(BTC) บนเชนที่ยังอยู่ในสถานะขาดทุนจำนวนมาก ตลาดบิตคอยน์(BTC) จึงมีแนวโน้มสูงที่จะเคลื่อนไหวในกรอบผันผวน พร้อมกับบรรยากาศ ‘รอดูท่าที’ จากนักลงทุนในช่วงระยะเวลาข้างหน้า
ความคิดเห็น 0