เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทขนาดเล็กที่ถือ ‘บิตคอยน์(BTC) เป็นสินทรัพย์ในงบดุล’ เข้าซื้อเพิ่มรวมกว่า 602.6BTC หรือราว 46 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางช่วงราคาบิตคอยน์ที่ถอยลงต่ำกว่าระดับ 8 หมื่นดอลลาร์ สะท้อนว่ากระแส ‘ซื้อช่วงย่อตัว’ ของฝั่งองค์กรยังไม่หายไป แม้ฝั่งผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดจะชะลอจังหวะลงชั่วคราวก็ตาม
ตามรายงานของ ‘โค인เทเลกราฟ(Cointelegraph)’ และข้อมูลตลาด เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) การเข้าซื้อรอบนี้นำโดยบริษัทจัดการสินทรัพย์และบริษัทบริหารงบดุลบิตคอยน์อย่าง ‘สไตรฟ์(Strive)’ ที่ซื้อเพิ่ม 381.6BTC ขณะที่ ‘DDC เอ็น터프라이즈 ลิมิเต็ด(DDC Enterprise Limited)’ เก็บเพิ่ม 200BTC บริษัทออกแบบเว็บไซต์ในสหราชอาณาจักร ‘เดอะ สมาเตอร์ เว็บ คอมพานี(The Smarter Web Company, SWC)’ ซื้อ 19BTC และบริษัทศูนย์ข้อมูล AI ‘ไฮเปอร์สเคลย์ ดาต้า(Hyperscale Data)’ เข้าซื้ออีก 2BTC
ราคาเฉลี่ยที่บริษัทเหล่านี้เข้าซื้อบ่งชี้ถึงกลยุทธ์เก็บของในขาลงอย่างชัดเจน สไตรฟ์ซื้อที่ราคาเฉลี่ยราว 79,348 ดอลลาร์ต่อ BTC, DDC ที่ราว 79,496 ดอลลาร์ และ SWC ที่ประมาณ 77,687 ดอลลาร์ต่อ BTC ทั้งหมดจึงถือเป็นการเข้าซื้อ ‘บิตคอยน์’ ในช่วงที่ราคาอ่อนตัวลงจากจุดสูงสุด
กระแสนี้สะท้อนภาพว่า ‘ดีมานด์จากบริษัท’ ไม่ได้หายไปจากตลาด เพียงแต่กำลังไหลจากผู้ถือรายใหญ่ไปสู่กลุ่มบริษัทขนาดกลางและเล็กมากขึ้น ‘สเตรทิจี(Strategy)’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักด้านการสะสมบิตคอยน์ ไม่ได้เข้าซื้อเพิ่มในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในช่วงวันที่ 11–17 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) เคยเพิ่งทุ่มเงินกว่า 2.01 หมื่นล้านดอลลาร์ เข้าซื้อบิตคอยน์ถึง 24,869BTC ที่ราคาเฉลี่ยราว 80,985 ดอลลาร์ต่อเหรียญ โดยดีลนั้นถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในสาม ‘การลงทุนในบิตคอยน์’ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นมา
ในอีกด้านหนึ่ง ‘กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต’ กลับเผชิญแรงไหลออกติดต่อกัน 6 วันทำการ ในกรอบเวลาเดียวกัน คิดเป็นเงินทุนไหลออกสุทธิรวมราว 1.54 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน ‘ซานติเมนต์(Santiment)’ มองว่าตัวเลขดังกล่าวอาจทำหน้าที่เป็น ‘สัญญาณสวนทาง’ มากกว่าจะเป็นสัญญาณลบ โดยตีความว่ากระแสเงินเข้า–ออกของ ETF สะท้อน ‘อารมณ์ของนักลงทุนรายย่อย’ มากกว่าสถานะของสถาบันการเงินขนาดใหญ่
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ‘บริษัทมหาชนที่ถือบิตคอยน์ในงบดุล’ ราว 198 แห่ง กำลังครองบิตคอยน์รวมกันประมาณ 1.24 ล้าน BTC หรือคิดเป็นราว 5.9% ของปริมาณบิตคอยน์หมุนเวียนทั้งหมดในตลาด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงพอจะมีอิทธิพลต่อโครงสร้างอุปทานในระยะยาว
ท้ายที่สุด ตัวเลขการเข้าซื้อรอบล่าสุดสะท้อนชัดว่ากระแสการสะสม ‘บิตคอยน์’ ของภาคธุรกิจ ยังไม่ถูกดับลงแม้อยู่ในช่วงตลาดอ่อนแรง เพียงแต่เม็ดเงินเริ่มกระจายจากผู้เล่นรายใหญ่ไปยังกลุ่มบริษัทขนาดเล็กและกลางมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ คือความเร็วในการฟื้นตัวของราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ และทิศทางกระแสเงินในกองทุน ETF หากราคาฟื้นตัวแข็งแรงควบคู่กับการชะลอแรงไหลออกของ ETF ก็อาจยืนยันได้ว่า ‘ดีมานด์องค์กร’ ต่อบิตคอยน์ยังมีศักยภาพในการขับเคลื่อนรอบขาขึ้นถัดไปอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0