Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ออร์บิทัลจับมือแบงกิงเซอร์เคิล ดันสเตเบิลคอยน์ USDC·USDG·EURI เข้าระบบชำระเงินยุโรปภายใต้กรอบ MiCA

แพลตฟอร์มออร์เคสเตรชันการชำระเงินระดับโลก ‘ออร์บิทัล(Orbital)’ จับมือ ‘แบงกิงเซอร์เคิล(Banking Circle)’ ในฐานะธนาคารพาร์ตเนอร์หลัก ดัน ‘สเตเบิลคอยน์’ เข้าสู่โครงสร้างการชำระเงินยุโรปอย่างจริงจัง ทั้งด้าน ‘การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์’ และ ‘การชำระหลายสกุลเงิน’ ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนมากขึ้นในยุโรป

เมื่อวันที่ 28 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ PRนิวส์ไวร์ ออร์บิทัลได้เชื่อมต่อบริการ ‘ชำระราคาและชำระหนี้ด้วยสเตเบิลคอยน์’ ของแบงกิงเซอร์เคิลเข้ากับอินฟราสตラクเจอร์การชำระเงินของตนเอง แบงกิงเซอร์เคิลเพิ่งได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (CASP) จากหน่วยงานกำกับดูแลการเงินลักเซมเบิร์กเมื่อวันที่ 15 เมษายน และเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ปัจจุบันแบงกิงเซอร์เคิลประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 1.5 ล้านล้านยูโรต่อปี และเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินกว่า 750 แห่งทั่วโลก

ด้วยการเชื่อมต่อครั้งนี้ ออร์บิทัลสามารถรองรับการชำระและรับชำระแบบสองทางสำหรับ ‘USDC’ ของเซอร์เคิล(Circle), ‘USDG’ ของแพกซอส(Paxos) และ ‘EURI’ สเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงยูโรของแบงกิงเซอร์เคิลได้แบบทันที จุดเด่นคือ ธุรกรรมสามารถรันจากแพลตฟอร์มโครงสร้างหลักของธนาคารได้โดยตรง ตลอด 24 ชั่วโมง ‘แบบเรียลไทม์’

ที่ผ่านมา การยอมรับ ‘สเตเบิลคอยน์’ ในระดับองค์กรฝั่งยุโรปติดปัญหาหลักคือ โครงสร้างกฎระเบียบรายประเทศที่แตกต่างกัน และคู่สัญญาด้านการชำระหนี้ที่กระจัดกระจาย ออร์บิทัลจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อครั้งนี้ ทั้งการเข้าถึงเครือข่ายชำระเงิน SEPA, การใช้หมายเลขบัญชี IBAN เฉพาะ และบริการตรวจสอบ AML·KYC อยู่ในเลเยอร์การชำระเงินเดียวกัน ทำให้การเคลื่อนย้ายเงินระหว่าง ‘ระบบชำระเงินแบบดั้งเดิม’ กับ ‘สเตเบิลคอยน์’ ถูกย่อขั้นตอนและซับซ้อนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

‘MiCA’ หรือกฎหมายตลาดคริโปโทสินทรัพย์ของสหภาพยุโรป กำลังเป็นตัวเร่งให้ดีลนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ แบงกิงเซอร์เคิลเป็นสถาบันรายแรกในลักเซมเบิร์กที่ถือทั้งใบอนุญาตธนาคาร, ใบอนุญาตโทเค็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EMT) และใบอนุญาต CASP พร้อมกัน ส่งผลให้การชำระและรับชำระด้วยสเตเบิลคอยน์ผ่านออร์บิทัลถูกดึงเข้ามาอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลเดียวกับ ‘ระบบการเงินดั้งเดิม’ อย่างเต็มรูปแบบ

ขณะเดียวกัน การแข่งขันสร้าง ‘อินฟราสตラクเจอร์สเตเบิลคอยน์’ ในยุโรปกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โครงการสเตเบิลคอยน์ยูโร ‘คิววาลิส(Qivalis)’ ที่มีธนาคารรายใหญ่ 12 แห่งร่วมมือกัน ทั้งไอเอ็นจี(ING), ยูนีเครดิต(UniCredit), ไคซาบังก์(CaixaBank) ตั้งเป้าเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์จากสถาบันการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ความร่วมมือของออร์บิทัลและแบงกิงเซอร์เคิลจึงสะท้อนแนวโน้ม ‘โครงสร้างชำระเงินที่เป็นมิตรต่อกฎระเบียบ’ ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดขายหลักในตลาดยุโรป

ท้ายที่สุด การจับมือกันครั้งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญว่า ‘การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์’ กำลังก้าวลึกเข้าไปในอินฟราสตラクเจอร์การเงินเดิมของยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพื้นฐานการปฏิบัติตาม ‘MiCA’ ถูกวางอย่างเร่งด่วนและชัดเจน เส้นแบ่งระหว่าง ‘การชำระด้วยคริปโต’ กับ ‘การชำระและชำระหนี้ผ่านระบบการเงินดั้งเดิม’ กำลังถูกทำให้เลือนรางลงทุกที

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1