บิตคอยน์(BTC) ร่วงแตะ 71,9950 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของตลาด หลังมีการตรวจพบการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่จากกระเป๋าเงินของ ‘มาวน์ต์ ก็อกซ์’ สู่ที่อยู่ใหม่ ส่งผลให้นักลงทุนเร่งเทขายและปิดสถานะเลเวอเรจต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีสัญญาณยืนยันว่าเป็นการขายจริง
อ้างอิงข้อมูลออนเชนเมื่อวันที่ 2 มูลนิธิของมาวน์ต์ ก็อกซ์(Mt. Gox) ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโตที่ล้มละลาย ได้โอนบิตคอยน์ราว 10,422BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 739 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.12 หมื่นล้านบาท ออกจากคอลด์วอลเล็ตไปยังกระเป๋าเงินที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นและยังไม่ทราบตัวตน การเคลื่อนไหวระดับนี้ถือเป็นดีลออนเชนขนาดใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2024
ทันทีที่ข่าวแพร่กระจาย ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ถูกกดจากบริเวณ 71,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะ 69,950 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ส่งผลให้สถานะลองที่ใช้เลเวอเรจถูกล้างพอร์ตเป็นวงกว้าง แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่ามีการนำเหรียญเข้าตลาดเพื่อขายจริง แต่ตลาดกลับเร่งสะท้อน ‘แรงกดดันด้านอุปทาน’ ล่วงหน้าไปแล้ว
จุดสำคัญของดีลครั้งนี้อยู่ที่ ‘ปลายทาง’ เหรียญทั้งหมดถูกส่งไปยังที่อยู่ใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติการทำธุรกรรมมาก่อน และยังไม่พบความเชื่อมโยงกับศูนย์ซื้อขายหรือผู้ให้บริการคัสโตดีรายใหญ่ นั่นหมายความว่าการเคลื่อนย้ายครั้งนี้อาจเป็นเพียงการจัดระเบียบภายใน การเตรียมดีลซื้อขายแบบนอกตลาด (OTC) หรือขั้นตอนกลางก่อนโอนเข้าสู่ศูนย์ซื้อขาย หากเหรียญถูกส่งตรงไปยังกระเป๋าของศูนย์ซื้อขายอย่างคราเคน หรือบิตสแตมป์โดยตรง ตลาดคงตีความเป็น ‘สัญญาณเริ่มจ่ายคืนเจ้าหนี้’ ทันที แต่ในกรณีที่ปลายทางเป็นกระเป๋าใหม่ โอกาสที่จะถูกเทขายทันทีจะต่ำกว่าอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากคริปโตเควนต์(CryptoQuant) สอดคล้องกับภาพดังกล่าว หลังจากมีการย้าย 10,422BTC ปริมาณบิตคอยน์ไหลเข้าสู่ศูนย์ซื้อขายในช่วงหลายชั่วโมงถัดมาแทบไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเหรียญล็อตดังกล่าวยังไม่ได้ถูกส่งเข้าตลาดสปอตเพื่อขายในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลับตอบสนองเร็วกว่าข้อมูลจริง อัลกอริทึมเทรดดิ้งจำนวนมากตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินมาวน์ต์ ก็อกซ์ เมื่อระบบตรวจพบการย้ายเหรียญขนาดใหญ่พร้อมกับข่าวที่กระจายอย่างรวดเร็ว สถานะที่ใช้เลเวอเรจจึงถูกบังคับปิดต่อเนื่อง คล้ายโดมิโน ทั้งที่ยังไม่มีแรงขายตรงจากฝั่งมูลนิธิ ‘ความคิดเห็น’ การย้ายเหรียญเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะทำให้ตลาดสวิงแรงได้
รูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ในเดือนกรกฎาคม 2024 การเคลื่อนไหว 44,527BTC จากกระเป๋ามาวน์ต์ ก็อกซ์ นำไปสู่การยืนยันภายหลังว่าเป็นการเตรียมจ่ายคืนเจ้าหนี้ และต่อมาคราเคนประกาศรับเหรียญอย่างเป็นทางการ ขณะที่การย้ายอีก 47,229BTC ในเวลาถัดมา ก็ทำให้ราคาบิตคอยน์ร่วงมากกว่า 3% ภายในวันเดียว
กรณีล่าสุดจึงถูกมองว่าเป็นภาคต่อของ ‘แพทเทิร์นเดิม’ ด้านออนเชนสะท้อนว่าดีลนี้มีลักษณะเป็นการเตรียมกระจายเหรียญล่วงหน้ามากกว่าจะเป็นการเทขายทันที แต่ตลาดกลับไม่รอให้ภาพชัดเจน และเลือกที่จะ ‘ตีราคาความเสี่ยง’ เข้ามาในตลาดก่อนเหมือนทุกครั้ง
สุดท้าย ‘มาวน์ต์ ก็อกซ์’ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่เขย่าตลาดบิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าการย้ายเหรียญจะลงเอยด้วยการขายจริงหรือไม่ ‘การเคลื่อนไหวนั้นเอง’ กลายเป็นปัจจัยหลักที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นและลากให้ราคาบิตคอยน์(BTC) ผันผวนอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า
ความคิดเห็น 0