บิตคอยน์(BTC) มีโอกาสแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 120,000 ดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของการซื้อขายด้วยเลเวอเรจอาจทำให้ราคามีความผันผวนสูงขึ้น
นักวิเคราะห์คริปโต ‘มิกกี้บูล’ (Mikybull) คาดการณ์ว่า หากบิตคอยน์ยังคงทำตามรูปแบบราคาตามฤดูกาลตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2024 ก็มีโอกาสที่ราคาจะพุ่งแตะ 120,000 ดอลลาร์ในเร็วๆ นี้ เขากล่าวว่าตามสถิติ บิตคอยน์มักมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ และหากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลต่อปี 2025 เช่นกัน
ข้อมูลด้านฤดูกาลของบิตคอยน์ชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี 2013 ราคาเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 14.08% โดยมีเพียงสองปีที่ราคาปรับตัวลดลง ขณะเดียวกัน ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของไตรมาสแรกอยู่ที่ 52.43% ซึ่งเป็นผลตอบแทนสูงสุดเป็นอันดับสอง รองจากไตรมาสที่สี่ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 84%
บริษัทวิเคราะห์ตลาด ‘อัลแฟรกทัล’ (Alphractal) เตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 เป็นต้นมา สถานะ ‘ลอง’ (Long Position) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่ช่องว่างของสภาพคล่องในช่วงราคาระหว่าง 72,000 - 86,000 ดอลลาร์ หากเกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ ราคาอาจร่วงลงเพื่อทดสอบระดับ 80,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
ในทางกลับกัน หากราคาบิตคอยน์พุ่งแตะ 110,000 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า อาจนำไปสู่การปิดสถานะ ‘ชอร์ต’ (Short Position) จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยผลักดันราคาสูงขึ้นไปอีก ปัจจุบัน สถานะ ‘ลอง’ ในตลาดมีจำนวนมากกว่าสถานะ ‘ชอร์ต’ ถึงสองเท่า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควรจับตา
นอกจากนี้ ตลาดยังมีแนวโน้มลดระดับเลเวอเรจลง โดย ‘โอเพ่นอินเทอเรสต์’ (Open Interest) หรือมูลค่ารวมของสัญญาเปิดในตลาด ลดลงจาก 76,000 ล้านดอลลาร์เหลือ 59,000 ล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่านักลงทุนเริ่มมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาบิตคอยน์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ในระยะสั้น ราคาบิตคอยน์ยังมีความไม่แน่นอนระหว่างการพุ่งทะลุ 120,000 ดอลลาร์ หรือปรับฐานลงมาที่ 80,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ด้วยสถานการณ์ของตำแหน่งเลเวอเรจในตลาด ทำให้มีแนวโน้มที่ราคาจะยังคงผันผวนอย่างหนักในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0