BNK Investment Securities บริษัทหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ ประกาศจำกัดวงเงินโอนเงินและถอนเงินของบัญชีนิติบุคคลที่หยุดหรือเลิกกิจการ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีที่ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานถูกนำไปใช้เป็น 'บัญชีม้า' หรือเครื่องมือฉ้อโกงทางการเงิน
BNK Investment Securities แจ้งเมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ว่าจะยกระดับมาตรการป้องกันการฉ้อโกงทางการเงินสำหรับบัญชีนิติบุคคลที่หยุดหรือเลิกกิจการ โดยจะใช้ระบบตรวจสอบสถานะการหยุด-เลิกกิจการของผู้ประกอบการจากกรมสรรพากรเกาหลี (National Tax Service) เพื่อคัดกรองและบริหารจัดการบัญชีนิติบุคคลที่ยืนยันได้ว่าหยุดดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจริง
มาตรการนี้เป็นการปรับลดวงเงินทำธุรกรรมของบัญชีนิติบุคคลที่ตรวจสอบแล้วว่าหยุดหรือเลิกกิจการไว้ล่วงหน้า โดย BNK Investment Securities จะจำกัดทั้งวงเงินโอนเงินและวงเงินถอนเงินของบัญชีดังกล่าว เพื่อลดโอกาสที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการฉ้อโกง
บัญชีนิติบุคคลที่เลิกดำเนินกิจการแล้วมักถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยขาดการดูแล ขณะที่รูปแบบการฉ้อโกงทางการเงินในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าชื่อนิติบุคคลที่หยุดหรือเลิกกิจการอาจถูกนำไปใช้เปิดหรือหมุนเวียนบัญชีม้า รวมถึงใช้ในการฟอกเงิน
คำว่า 'หยุดกิจการ' หมายถึงการระงับกิจกรรมทางธุรกิจไว้ชั่วคราว ส่วน 'เลิกกิจการ' หมายถึงการยุติการดำเนินธุรกิจอย่างสมบูรณ์ มาตรการครั้งนี้ครอบคลุมบัญชีนิติบุคคลทั้งสองกรณีที่ตรวจสอบผ่านระบบของกรมสรรพากรแล้วว่าหยุดดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ใช่การปิดบัญชีทั้งหมดในลักษณะเหมารวม แต่เป็นการจำกัดวงเงินโอนและถอนเงินเพื่อลดช่องทางที่จะถูกใช้ในการก่ออาชญากรรม พร้อมเปิดขั้นตอนปลดล็อกสำหรับนิติบุคคลที่ยังมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมตามปกติ
หากนิติบุคคลกลับมาดำเนินกิจการตามปกติ หรือสามารถพิสูจน์ความจำเป็นในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ชอบด้วยกฎหมายได้ ก็สามารถยื่นเอกสารหลักฐานประกอบเพื่อขอปลดล็อกวงเงินได้ ทาง BNK Investment Securities ระบุว่าจะดำเนินการตรวจสอบและปลดล็อกวงเงินให้ เพื่อลดความไม่สะดวกของนิติบุคคลที่ทำธุรกรรมทางการเงินโดยสุจริต
วงการการเงินเกาหลีใต้เดินหน้าเสริมมาตรการป้องกันความเสียหายให้ประชาชนควบคู่ไปกับการคุมเข้มบัญชีที่อาจถูกใช้ก่ออาชญากรรม ก่อนหน้านี้ สำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลี (Financial Supervisory Service) ได้ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเพื่อป้องกันความเสียหายจากมิจฉาชีพหลอกลวงทางโทรศัพท์ (voice phishing) ในช่วงฤดูร้อน
หากมาตรการของสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีเน้นให้ความรู้แก่ผู้บริโภคทางการเงินเกี่ยวกับวิธีการหลอกลวงและแนวทางรับมือ มาตรการล่าสุดของ BNK Investment Securities ก็ให้น้ำหนักกับการสกัดกั้นไม่ให้บัญชีในนามนิติบุคคลถูกใช้เป็นช่องทางของการฉ้อโกงทางการเงินตั้งแต่ต้นทาง
BNK Investment Securities ระบุว่าจะติดตามรูปแบบการทำธุรกรรมของบัญชีนิติบุคคลอย่างต่อเนื่อง และใช้ระบบตรวจจับธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ (Fraud Detection System) ควบคู่กัน พร้อมเดินหน้ากิจกรรมป้องกันความเสี่ยงสำหรับบัญชีนิติบุคคลที่มีโอกาสถูกใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงินสูงต่อไป
ความคิดเห็น 0