เคบีไลฟ์ (KB Life) ตัดสินใจไม่ออก ‘หุ้นกู้ใหม่’ มาทดแทนหุ้นกู้ด้อยสิทธิมูลค่า 7 หมื่นล้านวอน ที่ครบกำหนดใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดในวันที่ 24 นี้ โดยจะจ่ายคืนด้วยเงินสดทั้งหมด ท่ามกลางต้นทุนการระดมทุนที่พุ่งสูงตามอัตราดอกเบี้ย ทำให้บริษัทเลือกเดินหน้าแนวทาง ‘คืนเงินสด’ ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ยอนฮับอินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) รายงานว่า เคบีไลฟ์เตรียมใช้สิทธิคอลออปชัน (Call Option) กับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่ออกในปี 2021 ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 3.61% คอลออปชันคือสิทธิของผู้ออกตราสารในการไถ่ถอนพันธบัตรก่อนกำหนด ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ล่วงหน้า
การ ‘ต่ออายุ’ หรือ Refinance คือการระดมทุนจากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่มาใช้คืนหุ้นกู้ชุดเดิม หากไม่ทำเช่นนั้น บริษัทจะไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยของหุ้นกู้ใหม่ แต่ต้องใช้เงินสดในมือจ่ายคืนเงินต้นแทน
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม เคบีไลฟ์เคยไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิก่อนกำหนดไปแล้ว 1.3 แสนล้านวอน หากรวมยอด 7 หมื่นล้านวอนล่าสุดที่จะไม่ต่ออายุด้วย ตราสารทุนที่ยังเหลือวันครบกำหนดไถ่ถอนก่อนกำหนดของเคบีไลฟ์จะลดลงเหลือเพียงหุ้นกู้ด้อยสิทธิแบบใหม่มูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านวอน ที่จะครบกำหนดวันที่ 29 มิถุนายนปีหน้า
หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) คือตราสารหนี้ที่มีลำดับการชำระคืนต่ำกว่าหุ้นกู้ทั่วไป หากผู้ออกล้มละลายหรือเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี ส่วนหุ้นกู้ด้อยสิทธิแบบใหม่ หรือตราสารทุนแบบใหม่ (Hybrid Capital Securities) คือตราสารที่มีอายุยาวหรือแทบไม่มีวันครบกำหนด และสามารถนับเป็น ‘ทุน’ ของบริษัทได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
บริษัทประกันมักใช้หุ้นกู้ด้อยสิทธิและตราสารทุนแบบใหม่เป็นเครื่องมือเสริมสร้างเงินกองทุน แต่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น การออกตราสารชุดใหม่จำเป็นต้องเสนอดอกเบี้ยสูงกว่าชุดเดิม ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
หากเคบีไลฟ์เลือกต่ออายุหุ้นกู้ล็อตนี้ ตลาดประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสนอจะสูงกว่า 5% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเดิมที่ 3.61% ค่อนข้างมาก
ปริมาณการออกตราสารทุนของกลุ่มธุรกิจประกันโดยรวมก็ลดลงเช่นกัน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีการออกเพียง 2 รายการ ได้แก่ หุ้นกู้ด้อยสิทธิของฮึงกุกไฟร์ (Heungkuk Fire & Marine Insurance) มูลค่า 1 แสนล้านวอน และตราสารทุนแบบใหม่ของดีบีประกันภัย (DB Insurance) มูลค่า 8.82 แสนล้านวอน ซึ่งรวมกันแล้วอยู่ที่ราว 1 ใน 5 ของช่วงเดียวกันปีก่อน
ขณะเดียวกัน การไถ่ถอนตราสารทุนเดิมก่อนกำหนดยังคงมีต่อเนื่อง โดยมิเรเอเซ็ทประกันชีวิต (Mirae Asset Life Insurance) และฟูบอนฮุนไดประกันชีวิต (Fubon Hyundai Life Insurance) ใช้สิทธิคอลออปชันหุ้นกู้ด้อยสิทธิมูลค่า 3 แสนล้านวอน และ 5.45 หมื่นล้านวอนตามลำดับ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ในเดือนพฤษภาคม มีการไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิก่อนกำหนดอีกหลายรายการ ได้แก่ ฮุนไดมารีน (Hyundai Marine & Fire Insurance) มูลค่า 3.5 แสนล้านวอน ไอเอ็มไลฟ์ (iM Life) มูลค่า 5 หมื่นล้านวอน และเคบีประกันภัย (KB Insurance) มูลค่า 3.79 แสนล้านวอน ส่วนเอ็นเอชนงฮยองประกันภัย (NH Nonghyup Property & Casualty Insurance) เคยพิจารณาต่ออายุหุ้นกู้ด้อยสิทธิมูลค่า 1 แสนล้านวอนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ภายหลังตัดสินใจเลื่อนออกไป
ด้านความมั่นคงทางการเงิน เคบีไลฟ์ยังคงรักษาระดับที่แข็งแกร่งไว้ได้ โดยตามผลประกอบการครึ่งปีแรกที่เคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป (KB Financial Group, KB) ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามความเสี่ยง (K-ICS) ของเคบีไลฟ์ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 244.9%
K-ICS เป็นตัวชี้วัดความมั่นคงที่ใช้ประเมินความสามารถของบริษัทประกันในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยสะท้อนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัท และแสดงให้เห็นว่าเงินกองทุนที่มีอยู่เพียงพอต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามเกณฑ์มากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ด้านความสามารถในการทำกำไรกลับอ่อนแรงลง กำไรสุทธิช่วงครึ่งปีแรกของเคบีไลฟ์อยู่ที่ 1.506 แสนล้านวอน ลดลง 20.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรจากธุรกิจประกันอยู่ที่ 1.276 แสนล้านวอน ลดลง 15.9%
กำไรจากการลงทุนก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดการเงิน ลดลง 44% เหลือ 6.15 หมื่นล้านวอน นอกจากนี้ ตลาดบำนาญซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่หดตัวลง รวมถึงอัตราการเคลมสินไหมและอัตราการยกเลิกกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ประกันสุขภาพ ก็ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเช่นกัน
แหล่งข่าวในวงการประกันภัยรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “ในภาวะดอกเบี้ยสูงแบบนี้ แทบไม่มีบริษัทประกันรายไหนยอมแบกภาระดอกเบี้ยเพื่อออกหุ้นกู้ใหม่มาทดแทนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่ใช้สิทธิคอลออปชันไปแล้ว” พร้อมเสริมว่า “บรรยากาศโดยรวมยังเป็นการระมัดระวัง เพื่อบริหารจัดการอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นพื้นฐาน K-ICS ด้วยเช่นกัน” ทั้งนี้ เคบีไลฟ์มีกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิมูลค่า 7 หมื่นล้านวอนดังกล่าวด้วยเงินสดในวันที่ 24 นี้
ความคิดเห็น 0