Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ศึกธรรมาภิบาลบิตคอยน์(BTC) เดือด! ข้อเสนอ DOG โมดท้าทายกฎรีเลย์ธุรกรรม ใครควบคุมพื้นที่บล็อก?

การถกเถียงเรื่อง ‘ธรรมาภิบาล’ ของบิตคอยน์(BTC) กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อข้อเสนอใหม่ด้านซอฟต์แวร์ไปแตะคำถามใหญ่ระดับว่า ‘ใครกันแน่ที่ควบคุมเครือข่ายบิตคอยน์’ มากกว่าจะเป็นแค่การแก้โค้ดเชิงเทคนิคทั่วไป

จุดศูนย์กลางของประเด็นรอบนี้คือไคลเอนต์ทางเลือกที่ชื่อ ‘DOG โม드(DOG Mode)’ ซึ่งถูกเสนอโดยนักพัฒนาบิตคอยน์ เลโอนิดาส(Leonidas) ตัวไคลเอนต์ไม่ได้มุ่งเปลี่ยนกติกา ‘ฉันทามติ(consensus rules)’ ของบิตคอยน์โดยตรง แต่ไปโฟกัสที่ ‘นโยบายการรีเลย์ธุรกรรม’ ของบิตคอยน์คอร์และซอฟต์แวร์โหนดหลักๆ แทน กล่าวง่ายๆ คือไปปรับค่าพื้นฐานที่ตัดสินว่า ในบรรดาธุรกรรมที่ถูกต้องตามกติกาทั้งหมด เครือข่ายจะเลือกส่งต่อธุรกรรมแบบไหนบ้าง

‘DOG โมด’ จึงไปแตะประเด็นเก่าที่ถกกันมานานระหว่าง ‘การเซ็นเซอร์’ กับ ‘กลไกตลาดเสรี’ เลโอนิดาสเป็นผู้สนับสนุนโปรโตคอล ‘ออร์ดินอลส์(Ordinals)’ ซึ่งเปิดทางให้ฝังข้อมูลรูปภาพหรือข้อความลงในบล็อกเชนบิตคอยน์ และนำไปใช้คล้ายกับ NFT บนเครือข่ายอื่น เขามองว่าการใช้บล็อกเชนในลักษณะนี้ควรถูกมองเป็นการใช้งานที่ชอบธรรม หากผู้ใช้ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม

ฝั่งตรงข้ามชี้ไปที่ข้อเสนอปรับปรุงบิตคอยน์ก่อนหน้านี้อย่าง ‘BIP-110’ ซึ่งต้องการทำให้การบันทึกข้อมูลประเภทนี้บนเชนทำได้ยากขึ้น ผ่านการเข้มงวดกฎที่เกี่ยวกับธุรกรรมข้อมูลจำนวนมาก บางฝ่ายมองว่านี่คือความพยายาม ‘จำกัด’ หรือกึ่งๆ ‘เซ็นเซอร์’ การใช้เครือข่ายในแบบที่พวกเขาไม่ชอบ เพราะถึงแม้จะไม่แตะฉันทามติหลัก ก็ยังเป็นการใช้นโยบายรีเลย์เพื่อกีดกันธุรกรรมบางประเภท

ในโลกของบิตคอยน์(BTC) การปรับเปลี่ยนกฎฉันทามติเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก และทุกครั้งก็มักสร้างแรงกระเพื่อมต่อทั้งตลาดและคอมมูนิตี้ จึงมีคนมองว่า DOG โมด เป็นเหมือน ‘ภาพสะท้อนกลับด้าน’ ของ BIP-110 ในเชิงปรัชญา กล่าวคือ หาก BIP-110 คือการเพิ่มข้อจำกัด DOG โมด ก็เท่ากับพยายามปลดล็อกข้อจำกัดเชิงนโยบายที่มีอยู่

คำถามสำคัญอีกข้อที่ถูกดันขึ้นมาคือ ‘พื้นที่บล็อก(Block space) เป็นของใครกันแน่’ ฝั่งสนับสนุน BIP-110 มองว่าบิตคอยน์ควรทำหน้าที่เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินสาธารณะ’ พื้นที่บล็อกที่มีจำกัดควรถูกใช้เพื่อธุรกรรมการเงินเป็นหลัก การยอมให้ข้อมูลขนาดใหญ่หรือคอนเทนต์อื่นๆ แย่งพื้นที่ไป จะกลายเป็นภาระต่อทั้งโหนดและผู้ใช้ทั่วไปในระยะยาว

แต่ DOG โมดตั้งอยู่บนสมมติฐานคนละแบบ เลโอนิดาสเสนอว่าบิตคอยน์ควรถูกมองเป็น ‘ตลาดกลางที่เป็นกลาง’ ใครก็ตามที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมตามกลไกตลาด ก็ควรมีสิทธิใช้พื้นที่บล็อก ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินปกติหรือการบันทึกข้อมูลออร์ดินอลส์ ในมุมนี้ สิ่งที่เขาต้องการทำไม่ใช่การอัปเกรดโปรโตคอลผ่านกระบวนการที่ต้องอาศัย ‘ใบอนุญาต’ จากคอมมูนิตี้ทั้งหมด แต่เป็นการเอาข้อจำกัดเชิงนโยบายที่ถูกมองว่า “ไม่จำเป็น” ออกไปจากการตั้งค่าดีฟอลต์

ประเด็นอีกด้านที่คนกังวลคือโครงสร้างของเมมพูล(mempool) และการกระจายธุรกรรมในเครือข่าย ถ้าโหนดจำนวนมากเริ่มใช้ ‘นโยบายรีเลย์’ ที่แตกต่างกันมากขึ้น เมมพูลซึ่งก็คือชุดธุรกรรมที่รอเข้าบล็อก อาจเริ่ม ‘แยกส่วน’ ชัดเจนขึ้นได้ ในเชิงทฤษฎี แม้กฎฉันทามติของบิตคอยน์(BTC) จะยังเหมือนเดิม แต่แต่ละส่วนของเครือข่ายจะเห็นชุดธุรกรรมที่ต่างกัน ส่งผลถึงการประเมินค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม และความเร็วในการกระจายธุรกรรมไปถึงนักขุด สภาวะนี้ไม่ได้ใหม่ 100% เพราะตอนนี้ก็มีความต่างของนโยบายเมมพูลอยู่บ้างแล้ว ทว่าผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า DOG โมด อาจยิ่งทำให้การแยกส่วนเด่นชัดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายนี้ยังโยงไปถึงโครงสร้างการ ‘เป็นนายหน้าธุรกรรม’ บนบิตคอยน์ด้วย ปัจจุบัน หากผู้ใช้ต้องการส่งธุรกรรมนอกมาตรฐาน หรือธุรกรรมขนาดใหญ่ มักต้องไปพึ่งการเชื่อมต่อโดยตรงกับพูลขุด หรือใช้บริการตัวกลางเฉพาะทางที่ช่วยผลักดันธุรกรรมให้ถูกบรรจุลงบล็อก แนวทางของ DOG โมด คือการทำให้ธุรกรรมลักษณะนี้กระจายตัวได้ง่ายขึ้นบนเครือข่ายแบบ P2P ทั่วไป ไม่ต้องผูกติดกับช่องทางพิเศษมากนัก สิ่งนี้อาจลดความได้เปรียบของตัวกลางสถาบัน หรือช่องทางรีเลย์แบบปิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่า ‘DOG โมด’ จะถูกผู้ใช้และผู้ให้บริการโหนดรับไปใช้ในวงกว้างหรือไม่ แต่การถกเถียงรอบนี้สะท้อนชัดว่าบิตคอยน์(BTC) ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีด้านการเงินธรรมดา ทว่ากำลังถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า แท้จริงแล้วมันคือ ‘ตลาดเสรีที่ทุกคนแข่งขันเท่าเทียม’ หรือคือ ‘โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ต้องมีการกำกับดูแลเชิงนโยบาย’ และคำตอบของคำถามนี้ อาจกำหนดทิศทางของเครือข่ายในอีกหลายปีข้างหน้าด้วย

ความคิดเห็น

นักวิเคราะห์บางรายมองว่าประเด็น DOG โมด ไม่ได้อยู่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือบททดสอบว่าใครกันแน่มีอำนาจนิยามการใช้งานที่ ‘เหมาะสม’ บนบิตคอยน์(BTC) ระหว่างนักพัฒนาที่กำหนดนโยบายรีเลย์, นักขุดที่เลือกธุรกรรมเข้าบล็อก หรือผู้ใช้ที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อใช้พื้นที่บล็อกตามที่ต้องการ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1