บิตคอยน์(BTC) ยังเคลื่อนไหวแคบๆ แถว 6.4 หมื่นดอลลาร์ ไม่สามารถเลือกทิศทางได้ชัดเจน ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลางและแรงสั่นสะเทือนจากกระแสปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งและความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีก็เขย่าภาพรวมของ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ให้กลับมาอยู่ในโหมดระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายบริเวณ 64,200 ดอลลาร์ แทบไม่เปลี่ยนแปลงในกรอบวัน แต่ในรอบสัปดาห์ยังบวกได้ราว 3% มูลค่าการซื้อขายแตะประมาณ 18,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 26.62 ล้านล้านวอน) ด้านอีเธอเรียม(ETH) ขยับขึ้นมาที่ 1,860 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 5% ในช่วง 7 วัน กลายเป็นสินทรัพย์คริปโตหลักที่โดดเด่นกว่าเพื่อน
ฝั่งอัลต์คอยน์ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวจำกัด ริปเปิล(XRP) ทรงตัวแถว 1.09 ดอลลาร์ โซลานา(SOL) ยืนบริเวณ 76 ดอลลาร์ ขณะที่ ไบแนนซ์คอยน์(BNB) อ่อนตัวลงเล็กน้อยมาที่ 565 ดอลลาร์ ด้านโดชคอยน์(DOGE) เคลื่อนไหวแคบๆ ใกล้ 0.07 ดอลลาร์ บ่งชี้แรงซื้อขายที่ไม่หวือหวา อย่างไรก็ดี ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ ร่วงลงแรงราว 10% ในช่วงสัปดาห์ หลุดลงมาที่ 60 ดอลลาร์ ทั้งที่ไม่มีข่าวลบชัดเจน สะท้อนบรรยากาศ ‘หลบความเสี่ยง’ ของนักลงทุน
‘ราคาน้ำมัน’ กลับมาจุดชนวนกังวลเงินเฟ้อ
ตัวแปรใหญ่ที่ตลาดจับตาในตอนนี้คือ ‘ราคาน้ำมันดิบ’ โดยเบรนท์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน เคยขึ้นไปถึง 91.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มลุกลามจากเป้าหมายทางการทหารทั่วไป ไปสู่ความเสี่ยงของการขยายวงสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้ตลาดกังวลปัญหาซัพพลายตึงตัวมากขึ้น
แรงดีดของราคาน้ำมันกำลังสั่นคลอนภาพรวมเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เพิ่งเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย ก่อนหน้านี้ตลาดเริ่มคาดหวังว่าแรงกดดันด้านราคาจะลดลง เปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีพื้นที่สำหรับการลดดอกเบี้ย แต่หาก ‘เงินเฟ้อจากฝั่งพลังงาน’ ปลุกตัวขึ้นมาใหม่ การคุมเข้มนโยบายการเงินอาจยืดเยื้อยาวนานกว่าเดิม
‘ความคิดเห็น’ หากเงินเฟ้อเร่งตัวจากน้ำมันสูงขึ้นจริง โอกาสการลดดอกเบี้ยเร็วอาจถอยห่าง สินทรัพย์เสี่ยงที่พึ่งพาสภาพคล่องสูงอย่างบิตคอยน์(BTC) จึงอาจเผชิญแรงกดดันจากฝั่งนโยบายการเงินต่อเนื่อง
แรงสั่นจาก AI เขย่าหุ้นเทคฯ ลามถึงคริปโต
อีกด้านหนึ่ง ตลาดยังเจอกับแรงกระเพื่อมจาก ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ โดยเฉพาะโมเดลจากจีนอย่าง ‘คิมิ K3’ ของมูนช็อตAI ที่สร้างเซอร์ไพรส์ หลังทำคะแนนเบนช์มาร์คด้านการเขียนโค้ดขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 แซงหน้าคู่แข่งหลายราย จนตลาดต้องเร่ง ‘ประเมินใหม่’ ต่อสมดุลการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก
ความคาดหวังที่เปลี่ยนไปฉับพลันทำให้นักลงทุนแห่ขายทำกำไรหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่ได้อานิสงส์จาก AI รอบก่อน ส่งแรงสั่นไปทั่วตลาดเทคโนโลยี โดยในเอเชีย แรงกระแทกสะท้อนชัดในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนีคอสปีทรุดลงถึง 3.5% หลังกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง บรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคถูกกดดันเต็มๆ ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีแนสแด็ก100 แม้จะดีดกลับราว 0.5% แต่บรรยากาศยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนต่อ ‘สมรภูมิ AI’
ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวสอดคล้องกับดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นกลุ่ม AI ค่อนข้างมาก สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมองคริปโตเป็น ‘เดิมพันต่อเทคโนโลยีอนาคต’ คล้ายกับหุ้นเติบโต ดังนั้นเมื่อหุ้นเทคสะดุด คริปโตก็มักถูกเทขายหรือถูกกดดันตามไปด้วย เฉกเช่นรอบนี้
สัปดาห์นี้ ‘งบบริษัทใหญ่’ ถือกุญแจชี้ทางตลาด
ในช่วงสัปดาห์นี้ โฟกัสของตลาดคาดว่าจะขยับจากปัจจัยมหภาคมาสู่ ‘ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน’ โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่สายเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ผูกโยงกับธีม AI ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารอบลงทุน AI จะเดินหน้าต่ออย่างจริงจังแค่ไหน
ตามกำหนดการ อัลฟาเบตจะรายงานงบในวันที่ 22 ขณะที่ เทสลา(TSLA) จะประกาศผลประกอบการวันที่ 23 และ อินเทล(INTC) เตรียมรายงานในวันที่ 24 นักลงทุนจะจับตาเป็นพิเศษที่ ‘เม็ดเงินลงทุน (Capex)’ ว่าบริษัทเหล่านี้ยังเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ ชิปประมวลผล และคลาวด์อยู่ในเกียร์สูงเหมือนเดิมหรือไม่
‘ความคิดเห็น’ หากตัวเลขงบและแผนลงทุนชี้ว่าบริษัทเทคยังอัดงบ AI ต่อเนื่อง อาจช่วยพยุงความเชื่อมั่นในธีม AI และหนุนสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตให้ฟื้นแรงซื้อ แต่ถ้า Capex เริ่มชะลอ ตลาดอาจตีความว่า ‘วัฏจักรลงทุน AI รอบนี้เริ่มเย็นลง’ ส่งผลลบต่อทั้งหุ้นเทคและบิตคอยน์(BTC)
ตลาดคริปโตในจุดสมดุลชั่วคราว
เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน ภาพตอนนี้คือ ตลาดกำลังพยายามหาสมดุลระหว่าง ‘ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน’ กับ ‘การตีราคาใหม่ของอุตสาหกรรม AI’ บิตคอยน์(BTC) จึงติดอยู่ในช่วงพักฐานที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเบรกขึ้นต่อหรือลงแรง
ในระยะสั้น ความผันผวนของคริปโตอาจยังสูง แต่โอกาสจะเห็นเทรนด์ขาขึ้นหรือขาลงชัดเจน อาจต้องรอสัญญาณใหม่จากทั้งทิศทางเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และผลประกอบการยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ อย่างบิตคอยน์(BTC) จะได้อานิสงส์จากสภาพคล่องและกระแสลงทุนเทคต่อไปหรือไม่
ความคิดเห็น 0