กองทุนเฮดจ์ฟันด์วอลล์สตรีทเร่ง ‘ขายทำเงิน’ หุ้นเทคสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระแสเก็งกำไรในหุ้นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส ‘เอไอ(AI)’ เริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้กระทบแค่ตลาดหุ้นดั้งเดิม แต่ยังอาจลามไปสู่บรรยากาศการลงทุนใน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ อย่างตลาดคริปโตและโทเคนเอไอด้วย
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘รอยเตอร์’ ที่อ้างอิงข้อมูลจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อสถาบันของโกลด์แมน แซคส์(Goldman Sachs) ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้เทขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แบบ ‘สุทธิ’ ใน 6 จาก 8 สัปดาห์ล่าสุด และหากมองแบบสะสมในรอบ 8 สัปดาห์ การลด ‘เอ็กซ์โปเชอร์’ หุ้นเทคครั้งนี้นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 10 ปี แถมเร็วกว่าช่วงตลาดขาลงปี 2022 ด้วย ทั้งหุ้นซอฟต์แวร์ เซมิคอนดักเตอร์ และฮาร์ดแวร์ ต่างถูกขายออกพร้อมกัน ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นเทคกลายเป็นกลุ่มที่ถูกขายมากที่สุดในบรรดาหุ้นทุกเซ็กเตอร์ของสหรัฐฯ
ปัจจุบัน ‘เอ็กซ์โปเชอร์สุทธิ’ ในหุ้นเทคสหรัฐฯ ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ลดลงมาเหลือราว 15.5% ของสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมด ลดลงเกือบ 10 จุดเปอร์เซ็นต์จากเมื่อราวหนึ่งเดือนก่อน และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 สะท้อนว่ากำไรที่สะสมจากการไล่ซื้อหุ้นเทคตั้งแต่ต้นปีถูกปลดล็อกออกไปเกือบหมด
ฝั่งตลาดมองกันว่า การขายรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ ‘ล็อกกำไร’ ตามปกติ แต่สะท้อน ‘ความกังวลด้านมูลค่า’ ของหุ้นเอไออย่างจริงจัง แม้กระแสคาดหวังต่อเอไอยังสูง แต่หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่าราคาหุ้นที่วิ่งแรงมาหลายเดือน ‘ไปไกลเกินพื้นฐาน’ หรือไม่ โดยเฉพาะการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับเอไอ จะถูกเปลี่ยนเป็นการเติบโตของกำไรจริงได้มากแค่ไหน ทำให้สถาบันเริ่มหันมาปรับโครงสร้างพอร์ต ถือเงินสดเพิ่ม และลดน้ำหนักกลุ่มเทคลง
นอกจากนี้ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ยังเพิ่มสถานะ ‘ชอร์ต’ หรือการเก็งกำไรขาลงในตลาดวงกว้างขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความระมัดระวังต่อ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ โดยรวมกำลังเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ในหุ้นรายตัว ความเสี่ยงด้านมูลค่าในหุ้นเอไอจึงอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้ตลาดเริ่มทบทวนความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงทั้งหมด
ในบริบทนี้ ตลาดคริปโตอาจไม่ได้รอดพ้นแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะกลุ่มโทเคนที่เชื่อมโยงกับ ‘เอไอ·โครงสร้างพื้นฐาน·เอไอเอเจนต์’ ที่มีความผันผวนสูงกว่าบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากการลดความเสี่ยงของสถาบันยังดำเนินต่อไป โทเคนเอไอยอดนิยมอย่าง ‘เนียร์โปรโตคอล(NEAR)’, ‘ทาโอ(Bittensor·TAO)’, ‘เรนเดอร์(RENDER)’ และ ‘เฟ็ทช์เอไอ/กลุ่มโทเคนเอไอ (FET)’ มีโอกาสถูกกดดันให้กลับไปทดสอบแนวรับสำคัญอีกครั้งในช่วงสภาพคล่องหดตัว
"ความคิดเห็น" สำหรับนักลงทุนคริปโต การเทขายหุ้นเทคในวอลล์สตรีทรอบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้จับตาการเปลี่ยนแปลง ‘สภาพคล่อง’ และ ‘ทิศทางเงินทุนสถาบัน’ ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพราะรอบที่ผ่านมา เรามักเห็นภาพที่หุ้นเอไอและโทเคนเอไอ ‘ขึ้นแรงไปด้วยกัน’ ดังนั้น หากฝั่งหุ้นเริ่มพักฐานยาว ตลาดคริปโตที่อยู่ปลายห่วงโซ่ความเสี่ยงก็อาจเผชิญแรงขายตามมาได้ง่าย การบริหารความเสี่ยงและการจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับระดับความผันผวนจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในช่วงที่ ‘เอไอ’ และ ‘คริปโต’ ถูกจับตามองพร้อมกันในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงตัวท็อปของตลาดโลกในตอนนี้
ความคิดเห็น 0