เอйฟ(AAVE) เผชิญภาวะ ‘สภาพคล่อง’ ของพูล USDC หดตัวลงอย่างรุนแรงเกือบทุกคืน ส่งผลให้ผู้กู้แบบดอกเบี้ยลอยตัวต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เงินก้อนใหญ่ราว 190 ล้านดอลลาร์ถูกย้ายเข้าออกโดยกระเป๋าเดียว ทำให้ผู้ใช้งานคนอื่นที่อยู่ในพูลเดียวกันต้องรับภาระ ‘ดอกเบี้ยลอยตัว’ ที่แพงกว่า
ตามรายงานของ Cointelegraph เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) การวิเคราะห์จากข้อมูลออนเชนบนเครือข่ายอีเธอเรียม(Ethereum) พบว่า ตลาดกู้ยืม USDC ของเอйฟ(AAVE) ถูกออกแบบให้มี ‘อัตราการใช้สินเชื่อเป้าหมาย’ อยู่ที่ 92% และหากตัวเลขนี้ถูกใช้เกิน ระดับดอกเบี้ยกู้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวเลขจริงสะท้อนว่าเมื่ออัตราการใช้พูลเพิ่มจาก 92% เป็น 100% ดอกเบี้ยจะดีดจาก 4% ขึ้นไปถึง 14% ทันที ในช่วงที่การฝากและการกู้ยืมมีเสถียรภาพ อัตราการใช้จะวนเวียนอยู่แถว 90% แต่ตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมา หากดูในระดับนาทีจะเห็นรูปแบบการกระชากขึ้นลงที่เกิดซ้ำบ่อยครั้ง
จุดสำคัญอยู่ที่ ‘การลดลงของฝั่งซัพพลาย’ มากกว่าฝั่งผู้กู้ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายนชี้ว่า ปริมาณการกู้โดยเฉลี่ยค่อนข้างนิ่งอยู่แถว 1,890 ล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงกลางดึกจะมีการถอน USDC ออกจากพูลมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะถูกนำกลับเข้ามาในภายหลัง ทำให้สภาพคล่องที่พร้อมให้กู้จากระดับประมาณ 210 ล้านดอลลาร์ หดลงไปต่ำสุดเหลือเพียงราว 33,000 ดอลลาร์เท่านั้น
ทีมวิเคราะห์ชี้ไปที่กระเป๋า 0x56957E411Ea83a0B4A0689C1fB0D1e5eA0d20149 ว่าเป็นศูนย์กลางของกระแสนี้ เงินเริ่มไหลเข้ากระเป๋าดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2025 จากนั้นถูกนำไปฝากในพูลของ Aave ก่อนที่จะถูกถอนออกทุกวันราว 23.30 น. แล้วโอนไปยังกระเป๋า 0x31173Ed183e5a9450C3671018ec4d770c8A8bF18 และหลังจากเที่ยงคืนจึงถูกส่งกลับเข้ามายังพูลของ Aave อีกครั้ง มีรายงานด้วยว่ากระเป๋านี้เคยทำพฤติกรรมคล้ายกันมาก่อนในพูล PYUSD ของ Aave
เมื่อขยายการตรวจสอบเชื่อมโยงออนเชน เงินก้อนนี้ยังเชื่อมไปยังกระเป๋าอื่นหลายใบ กระเป๋า 31173e…bf18 ถูกจัดประเภทเป็น ‘Coordination Wallet’ ทำหน้าที่รวบรวมเงินร่วมกับกระเป๋าเก็บผลตอบแทนใบอื่น แล้วส่งต่อขึ้นไปยัง ‘กระเป๋าชั้นบน’ 0xf1edbf98dda764ec51de3776371f0f7d6f6156a8 ทีมวิเคราะห์ประเมินว่าโครงสร้างนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการบริหารสินทรัพย์ที่ต้องแสดงหลักฐานการถือครองทุกวัน
ปัญหาคือ รูปแบบการเคลื่อนย้าย ‘สภาพคล่อง’ ลักษณะนี้กำลังย้อนกลับมาเป็น ‘ต้นทุนตรง’ ของผู้กู้บนเอйฟ(AAVE) โดยตรง ความเร็วในการสร้างบล็อกของอีเธอเรียมอยู่ที่เฉลี่ย 12 วินาที และดอกเบี้ยของ Aave ก็ปรับตามทุกบล็อกเช่นกัน จากการจำลองพบว่า ผู้กู้ที่กู้เงิน 1 ล้านดอลลาร์ จะต้องควักเงินเพิ่มอีกราววันละ 9 ดอลลาร์ในวันที่สภาพคล่องหายไป ซึ่งหากคิดทั้งปีจะกลายเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มประมาณ 3,280 ดอลลาร์ สำหรับพูล USDC ทั้งหมด เท่ากับว่าผู้กู้ในระบบร่วมกันจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มราวคืนละ 17,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 6 ล้านดอลลาร์ต่อปี
‘ความคิดเห็น’ กรณีนี้กำลังถูกมองว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของ ‘จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง’ ของตลาดกู้ยืมแบบกระจายศูนย์ (DeFi lending) เพราะต่อให้ผู้กู้มีอัตราหลักประกันที่ปลอดภัย แค่การเคลื่อนย้ายของเงินก้อนใหญ่จากฝั่งซัพพลายเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ดอกเบี้ยผันผวนได้ทันที กระแสเรียกร้องให้หันไปใช้ตลาดดอกเบี้ยคงที่จึงเริ่มดังขึ้นในชุมชน DeFi เนื่องจากช่วยลดผลกระทบจากการกระชากของสภาพคล่อง
เอйฟ(AAVE) แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า แม้ DeFi จะโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องอ่านให้ลึกไปถึง ‘เจตนา’ และ ‘ผลกระทบ’ ของการเคลื่อนย้ายเงินในพูล ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยหรือสภาพคล่อง ณ ช่วงเวลาที่เข้าทำธุรกรรมเท่านั้น
ความคิดเห็น 0