แคนาดากำลังยืนอยู่บนทางแยกของการปรับโครงสร้าง ‘กฎระเบียบคริปโต’ ใหม่อีกครั้ง ขณะที่ *โคอินเบส* เดินหน้าขยายบริการสำคัญอย่าง *อนุพันธ์คริปโต* และ *ดีไฟ(DeFi)* แต่กรอบกำกับดูแลในปัจจุบันยังไม่ทันต่อรูปแบบบริการการเงินยุคใหม่ ทำให้เกิดข้อวิจารณ์ว่าแคนาดาอาจกำลังเสียจังหวะในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลก
ในการประชุม ‘Blockchain Futurist Conference’ ที่จัดขึ้นที่โตรอนโต เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) เอริก ริชมอนด์ ตัวแทนโคอินเบสแคนาดา ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการขยายธุรกิจในประเทศ คือ ‘การพัฒนากรอบกำกับดูแลให้ทันสมัย’ เขาอธิบายว่า ตอนนี้แคนาดายังอาศัยมาตรการผ่อนผันชั่วคราวและการอนุมัติแบบรายกรณีเป็นหลัก จึงมีข้อจำกัดในการรองรับบริการการเงินยุคถัดไปบนบล็อกเชน
ริชมอนด์กล่าวว่า โคอินเบสมีเป้าหมายจะพัฒนาจาก ‘แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต’ ไปสู่ ‘แพลตฟอร์มการเงินครบวงจรบนบล็อกเชน’ เขาย้ำว่าบริษัทต้องการสร้าง ‘แพลตฟอร์มเดียวที่ให้บริการการเงินทุกอย่าง’ หรือ ‘ออลอินวันเอ็กซ์เชนจ์’ ที่ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานการเงินตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่สะดุด เพื่อรองรับการซื้อขาย การให้กู้ยืม การรับดอกเบี้ย และบริการการเงินอื่นๆ ในที่เดียว
‘ข้อยกเว้นชั่วคราว’ แตะเพดาน…ช่องว่างกับสหรัฐขยายตัว
แม้แคนาดาจะเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เคลื่อนไหวด้าน *กฎระเบียบคริปโต* เร็วที่สุด ทั้งการอนุมัติ ETF สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทสปอต และระบบการขึ้นทะเบียนแพลตฟอร์มซื้อขาย แต่ความคืบหน้าจำนวนมากกลับตั้งอยู่บนฐานของ ‘ข้อยกเว้นชั่วคราว’ และ ‘การอนุมัติรายกรณี’ มากกว่ากฎหมายถาวร ทำให้ถูกมองว่าโครงสร้างโดยรวมยังเปราะบางและไม่ชัดเจน
ตามข้อมูลของสำนักงานกฎหมายระดับโลก นอร์ตัน โรส ฟุลไบรท์ สหรัฐกำลังก้าวหน้าไปไกลกว่าในด้านกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ถูกโทเคนไนซ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘การจัดประเภทเป็นหลักทรัพย์’, ‘ข้อกำหนดด้านหลักประกัน’, ‘การดูแลทรัพย์สิน (คัสโตดี)’ หรือ ‘เกณฑ์เงินกองทุน’ ต่างมีแนวปฏิบัติที่ค่อนข้างชัด ในทางกลับกัน แคนาดายังอยู่ในขั้นหารือเชิงนโยบาย และอนุญาตเพียงโครงการทดลอง (ไฟลอต) บางส่วนภายใต้ข้อยกเว้นที่จำกัด
ผลลัพธ์คือ บริการที่ผู้ใช้งานในสหรัฐเข้าถึงได้แล้ว กลับยังไม่เกิดขึ้นหรือถูกจำกัดในแคนาดา ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ในสหรัฐของโคอินเบสสามารถใช้บริการ ‘โคอินเบส วัน(Coinbase One)’ เพื่อรับผลตอบแทนจากการปล่อยกู้ผ่านสเตเบิลคอยน์ โดยคาดหวังผลตอบแทนรายปีราว 7% ในขณะที่ผู้ใช้ในแคนาดา หากถือสเตเบิลคอยน์ USDC ผ่านแพลตฟอร์ม จะได้ผลตอบแทนสูงสุดเพียงประมาณ 4.5% ต่อปีเท่านั้น
อนุพันธ์คริปโต–ดีไฟ ขยายยาก โดนเบรกจากกฎระเบียบ
โคอินเบสมีแผนจะขยายบริการ *อนุพันธ์คริปโต* ในแคนาดา เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) ของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยปัจจุบันบริษัทได้รับ ‘ข้อยกเว้นระหว่างประเทศ’ จากหน่วยงานกำกับดูแล ทำให้สามารถให้บริการกับนักลงทุนที่ผ่านคุณสมบัติบางประเภทได้ แต่หากต้องการขยายไปยังนักลงทุนรายย่อยทั่วไป ยังต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติเพิ่มเติมอีกหลายชั้น
สถานการณ์นี้ต่างจากสหรัฐอย่างชัดเจน เพราะในตลาดสหรัฐ ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์คริปโตถูกวางให้อยู่ภายใต้กรอบกำกับของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ทำให้เส้นทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อ ‘นักลงทุนรายย่อย’ มีความชัดเจนกว่าและขยายตัวได้ตามโครงสร้างกติกาที่คุ้นเคยในตลาดอนุพันธ์แบบดั้งเดิม
ริชมอนด์ชี้ว่าความแตกต่างนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง ‘ความเร็วในการออกกฎ’ แต่เป็นเรื่อง ‘โครงสร้างของกฎ’ เองที่ต่างกัน สหรัฐใช้กรอบของ CFTC ที่ออกแบบมาสำหรับอนุพันธ์ โดยดัดแปลงให้เข้ากับคริปโต ขณะที่แคนาดายังจัดการคริปโตส่วนใหญ่ภายใต้กรอบ ‘หลักทรัพย์’ แบบเดิม ทำให้ผลิตภัณฑ์อย่างดีไฟและอนุพันธ์คริปโตต้องเผชิญข้อจำกัดมากกว่า
ทางออก: ‘กรอบกำกับแบบเดียวทั่วประเทศ’ ลดความไม่แน่นอน
ริชมอนด์เสนอแนวคิด ‘กรอบกฎระเบียบระดับชาติแบบเอกภาพ’ เป็นคำตอบระยะยาวสำหรับแคนาดา ปัจจุบันระบบกำกับดูแลของประเทศยังยึดตามหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ของแต่ละมณฑลหรือดินแดนที่มีเกณฑ์ของตนเอง ทำให้บริษัทต้องรับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละเขตอำนาจ
เขามองว่าการออกกฎในลักษณะ ‘National Instrument’ หรือชุดข้อกำหนดระดับชาติที่หน่วยงานกำกับทุกมณฑลยอมรับและบังคับใช้ร่วมกัน จะช่วยให้ทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนได้รับ ‘ความชัดเจน’ และ ‘ความสม่ำเสมอ’ มากขึ้น กรอบดังกล่าวจะลดภาระการปฏิบัติตามกฎหลายชุด และทำให้การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ด้าน *คริปโต*, *ดีไฟ*, และ *โทเคนไนซ์สินทรัพย์* เดินหน้าได้เร็วขึ้น
ด้านหนึ่ง แคนาดาก็เริ่มเร่งเครื่องด้านนโยบาย โดยในปีนี้ได้ออก ‘กฎหมายสเตเบิลคอยน์’ เพื่อกำหนดกติกาเบื้องต้นสำหรับผู้ออกและผู้ให้บริการ หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ เททรา ทรัสต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอย่าง เวลส์ซิมเพิล, ชอปิฟาย และธนาคารแห่งชาติแคนาดา ได้ออกสเตเบิลคอยน์ผูกกับดอลลาร์แคนาดาชื่อ ‘CADD’ ลงสู่ตลาด ถือเป็นกรณีศึกษาของ ‘สเตเบิลคอยน์ในประเทศ’ ที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายใหม่
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดยังคงเป็น ‘ความเร็ว’ ในการปรับตัวของกฎระเบียบ หากแคนาดาไม่สามารถสร้างกรอบกำกับที่ ‘ยืดหยุ่นแต่ชัดเจน’ สำหรับบริการด้าน *การชำระเงินคริปโต*, *โทเคนไนซ์สินทรัพย์* และ *ดีไฟ* ได้ทันเวลา ก็มีความเสี่ยงสูงที่สหรัฐจะยึดบทบาทผู้นำด้านมาตรฐานสากลในตลาดคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่แคนาดาอาจถอยไปเป็นเพียงผู้ตามในระบบการเงินยุคบล็อกเชนในระยะยาว
ความคิดเห็น 0