ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส(WTI) พุ่งขึ้นระหว่างวันแตะ 4% ในช่วงต้นการซื้อขายวันพุธ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกใส่กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 และขีปนาวุธทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธนำวิถีหลายลูกเมื่อเวลา 06.45 น. ตามเวลาเกาหลี เพื่อโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการในตะวันออกกลางแบบไม่ทันตั้งตัว โดยขีปนาวุธทั้งหมดถูกสกัดได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ขีปนาวุธที่อิหร่านยิงไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนถูกฝ่ายจอร์แดนสกัดไว้
การโจมตีครั้งนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งแรกของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค หลังสหรัฐฯ ยุติการโจมตีต่ออิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวังและรักษาระดับความพร้อมขั้นสูง
แรงซื้อในตลาดน้ำมันสะท้อนว่า ความคาดหวังต่อการหยุดยิงอย่างไม่เป็นทางการเริ่มสั่นคลอน และ ‘ความเสี่ยงตะวันออกกลาง’ กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาพลังงานอีกครั้ง หากความผันผวนของราคาพลังงานขยายตัว อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโตในระยะสั้น
△WTI: น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส(West Texas Intermediate) เป็นหนึ่งในเกณฑ์อ้างอิงหลักที่ใช้ประเมินราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
△ขีปนาวุธนำวิถี: อาวุธที่หลังถูกยิงแล้วจะเคลื่อนที่เป็นวิถีโค้งไปยังเป้าหมาย
△การสกัดกั้น: การทำลายหรือหยุดขีปนาวุธหรืออากาศยานที่กำลังพุ่งเข้ามา ก่อนถึงเป้าหมาย
ความเห็น: นักลงทุนยังต้องจับตาว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะบานปลายหรือผ่อนคลายลง เพราะทิศทางดังกล่าวอาจเป็นตัวกำหนดทั้งราคาน้ำมัน WTI และความผันผวนของตลาดคริปโตในช่วงถัดไป
ความคิดเห็น 0