ผู้ร่วมก่อตั้งแอปพลิเคชันชำระเงินด้วยคริปโตจากแคนาดาถูกศาลตัดสินโทษจำคุกเพิ่มเติม หลังพยายามซ่อนบิตคอยน์(BTC) 450 เหรียญ ภายหลังถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ศาลแขวงสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีคำพิพากษาให้พิรอซ พาเทล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฟินเทค เพย์ซ่า (Payza) รับโทษจำคุกเพิ่มอีก 41 เดือน หรือประมาณ 3 ปี 5 เดือน ก่อนหน้านี้พาเทลเคยถูกตัดสินโทษจำคุก 3 ปีในปี 2020 จากการดำเนินกิจการโอนเงินผิดกฎหมายและสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน โดยศาลระบุว่าบริษัทของเขาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย
อัยการเปิดเผยว่าหลังจากคำตัดสินดังกล่าว พาเทลพยายามฝ่าฝืนคำสั่งยึดทรัพย์ของศาล ด้วยการซ่อนบิตคอยน์(BTC) จำนวน 450 เหรียญ มูลค่าราว 63,000 ล้านวอน หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท เขาพยายามฝากสินทรัพย์เหล่านี้เข้าสู่แพลตฟอร์มไบแนนซ์ แต่บัญชีถูกปิดโดยหน่วยงานสหรัฐ ก่อนที่เขาจะพยายามเปิดบัญชีใหม่ภายใต้ชื่อบิดาของเขาบน Blockchain.com เพื่อโอนสินทรัพย์ดังกล่าว ทว่าทางแพลตฟอร์มตรวจพบและสั่งระงับบัญชี
อย่างไรก็ตาม พาเทลยังคงเดินหน้าหาทางเคลื่อนย้ายบิตคอยน์ โดยอาศัยผู้สมรู้ร่วมคิดใช้อัตลักษณ์ปลอมเพื่อปลดล็อกสินทรัพย์ที่ถูกระงับ รวมถึงว่าจ้างทนายปลอมเพื่อหลอกลวงศาลและวางแผนหลบหนีออกจากสหรัฐ แต่เจ้าหน้าที่อัยการกลางสามารถสกัดกั้นแผนดังกล่าวและจัดการตั้งข้อหาเพิ่มเติม
การตัดสินในคดีนี้ส่งผลให้พาเทลต้องโทษจำคุกรวมกว่า 6 ปี และถูกควบคุมความประพฤติอีก 3 ปีหลังพ้นโทษ นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้ยึดบิตคอยน์(BTC) 450 เหรียญ พร้อมกับทรัพย์สินมูลค่า 24 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,700 ล้านบาท
อัยการให้ความเห็นว่า “คดีนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าหากมีการใช้สกุลเงินดิจิทัลในทางที่ผิด จะนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง” พร้อมระบุว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินการอย่างเข้มงวดต่ออาชญากรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย
ความคิดเห็น 0