บิตคอยน์(BTC) ‘การขุด’ กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง ‘ความยากในการขุด’ ลดลงต่ำกว่าปีก่อน เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์เครือข่าย สะท้อนภาพกำไรนักขุดหดตัว ขณะที่เงินทุนและทรัพยากรถูกดึงไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน ‘เอไอ(AI)’ มากขึ้น ส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมขุดเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ความยากในการขุดบิตคอยน์(BTC) ปรับลดลงล่าสุดอีก 0.74% มาอยู่ที่ 126.23 ล้านล้าน (126.23T) ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 127.62 ล้านล้านราว 1.1% และลดลงถึงประมาณ 19.1% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 155.97 ล้านล้านในเดือนพฤศจิกายน 2025 การลดลงของ ‘ความยากในการขุด’ ซึ่งถูกปรับทุกๆ 2,016 บล็อก หรือราว 2 สัปดาห์ มีหน้าที่รักษาเวลาเฉลี่ยการสร้างบล็อกให้ใกล้เคียง 10 นาที หมายความว่าในช่วงที่ผ่านมา ‘พลังประมวลผล’ ที่เข้าร่วมแข่งขันในเครือข่ายหดตัวลง ทำให้สำหรับนักขุดที่ยังอยู่ในระบบ การแข่งขันในเชิงเทคนิคผ่อนคลายลงบ้าง แต่ไม่ได้แปลว่ากำไรจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
นับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ‘ความยากในการขุดบิตคอยน์’ ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในเดือนมกราคมแล้วราว 14% โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ร่วงทีเดียว 10% และต้นเดือนกรกฎาคมที่ลดลงอีกประมาณ 5% ต่อเนื่อง กลายเป็นสัญญาณอ่อนแรงที่ชัดเจน ต่างจากกรณีการลดลงเมื่อเทียบปีก่อนเพียงครั้งเดียวในอดีตเมื่อปี 2021 ที่เกิดจากมาตรการ ‘แบนการขุด’ ในจีน จนทำให้พลังขุดในเครือข่ายหายไปราวครึ่งหนึ่งแบบฉับพลัน ก่อนจะฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ประกอบการย้ายฐานไปประเทศอื่นๆ
รอบนี้โครงสร้างปัญหาไม่ใช่ด้านนโยบายรัฐ แต่คือเรื่อง ‘ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์’ ของการขุดโดยตรง ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จากบริษัทลักซอร์(Luxor) ผู้จัดทำดัชนีแฮชเรต ระบุปัจจัยหลักมาจาก ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง รายได้จากการขุดต่อหน่วยพลังขุดลดต่ำลง และการเคลื่อนย้าย ‘เงินทุน–ไฟฟ้า–บุคลากร’ ไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ‘เอไอและคอมพิวติ้งสมรรถนะสูง(HPC)’ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในสายตานักลงทุน นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากข้อจำกัดด้านพลังงานในรัฐเท็กซัสของสหรัฐ รวมถึงปัญหาการดำเนินงานในบางพื้นที่ขุดหลักที่ทำให้พลังประมวลผลรวมของเครือข่ายชะลอลงเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม แม้ ‘ความยากในการขุด’ จะลดลง แต่การฟื้นตัวของ ‘ความสามารถทำกำไรในการขุด’ ยังจำกัดอยู่มาก ดัชนีแฮชไพรซ์(Hashprice) ซึ่งวัดรายได้ต่อหนึ่งเพตาแฮชต่อวัน เคยร่วงลงมาแตะเพียง 27.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันต่อเพตาแฮช (ราว 40,064 บาท) ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ใกล้ระดับต่ำสุดของเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะดีดกลับมาเล็กน้อย ปัจจุบันอยู่บริเวณ 31.7 ดอลลาร์ (ประมาณ 45,838 บาท) ต่อเพตาแฮชต่อวันเท่านั้น
ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สของลักซอร์ชี้ว่า นักลงทุ่นักขุดคาดการณ์ ‘แฮชไพรซ์เฉลี่ย’ จนถึงสิ้นปี 2026 ไว้ที่ราว 31.85 ดอลลาร์ (ประมาณ 46,043 บาท) ต่อเพตาแฮชต่อวัน ซึ่งแทบไม่ต่างจากระดับปัจจุบันมากนัก ‘ความคิดเห็น’ ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ผู้เล่นในอุตสาหกรรมไม่ได้คาดหวังการรีบาวด์ของกำไรจากการขุดอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ และมองสถานการณ์ปัจจุบันเป็นภาวะปกติใหม่ (new normal) มากกว่าจะเป็นจุดต่ำชั่วคราว
กระแสการลดลงครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการปรับจูนเชิงเทคนิคของเครือข่าย แต่กลายเป็น ‘สัญญาณโครงสร้าง’ ของอุตสาหกรรมขุดบิตคอยน์(BTC) ว่ากำลังอยู่ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรกับ ‘เอไอ(AI) อินฟราสตรักเจอร์’ โดยตรง ขณะที่บิตคอยน์(BTC) ไม่ได้ถูกมองเป็นแหล่งลงทุนหรือธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่ผูกขาดความน่าสนใจเหมือนในอดีตอีกต่อไป การตัดสินใจจัดสรรไฟฟ้า เงินลงทุน และศูนย์ข้อมูลระหว่าง ‘ฟาร์มขุดบิตคอยน์’ กับ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์เอไอ’ จึงมีแนวโน้มจะเป็นตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางตลาดขุดและเสถียรภาพของเครือข่ายบิตคอยน์ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0