ปริมาณการชำระเงินระหว่างบัญชีบนเอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์(XRP Ledger) ในหนึ่งวันเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากค่าเฉลี่ยรายวันก่อนหน้า แตะราว 1.13 พันล้าน XRP และผ่านระดับ 1 พันล้าน XRP ขณะที่ราคาริปเปิล(XRP) ยังไม่สะท้อนแรงเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ
เมื่อวันที่ 2 (เวลาท้องถิ่น) ยูทูเดย์(U.Today) รายงานว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณการชำระเงินรายวันบนเอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์ครั้งนี้เป็นการพุ่งขึ้นของธุรกรรมที่มากที่สุดในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงมูลค่าการซื้อขายที่จับคู่กันในตลาดแลกเปลี่ยน แต่หมายถึงปริมาณริปเปิลที่ถูกโอนจริงระหว่างกระเป๋าเงินบนเครือข่ายเอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์ จึงมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดระดับการใช้งานจริงของเครือข่ายมากกว่าการเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการชำระเงินที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลเป็นแรงหนุนราคาทันที ในกราฟรายวัน ริปเปิลยังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียล(EMA) 50 วัน 100 วัน และ 200 วัน อีกทั้งยังหลุดแนวรับล่างของกรอบสามเหลี่ยมสมมาตรขนาดเล็กที่ก่อตัวตลอดเดือนกรกฎาคม และยังไม่สามารถกลับเข้าไปในกรอบเดิมได้ ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์(RSI) อยู่ที่ 47 ซึ่งเป็นโซนกลาง ไม่เข้าข่ายซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป
ยูทูเดย์ระบุว่า เบื้องหลังของกระแสการชำระเงินขนาดใหญ่อาจเกี่ยวข้องกับ △การปรับพอร์ตของกระเป๋าเงินวาฬ △การบริหารเงินภายในของตลาดแลกเปลี่ยน △ความเป็นไปได้ในการใช้เพื่อการชำระเงินของสถาบัน อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่ากรณีใดกรณีหนึ่งจะกลายเป็นแรงซื้อในตลาดทันที และตัวเลขปริมาณการชำระเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแยกได้ว่าการเคลื่อนย้ายครั้งนี้เป็นการซื้อ การขาย หรือการโอนเงินภายใน
โทเคนโพสต์เคยรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ริปเปิลร่วงลงไปแตะ 1.01 ดอลลาร์ในช่วงขาลงครั้งล่าสุด โดยปัจจัยที่ถูกจับตาคือการปิดตลาดแลกเปลี่ยนและข้อเรียกร้องเรื่องความชัดเจนด้านกฎระเบียบ แม้ปริมาณการชำระเงินบนเอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์จะเพิ่มขึ้นแรงในครั้งนี้ แต่ริปเปิลยังคงไม่หลุดพ้นจากแรงกดดันขาลงอย่างชัดเจน
ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลเครือข่ายเอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์ที่ยูทูเดย์นำมาใช้เอง แต่ไม่ได้ระบุแดชบอร์ดคำนวณหรือบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่ชัดเจน ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์ยังเคยรายงานว่า ข้ออ้างเรื่องแรงขาย XRP อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยข้อมูลสาธารณะเพียงอย่างเดียว ประเด็นนี้สะท้อนว่า การตีความตัวชี้วัดออนเชนยังต้องตรวจสอบซ้ำกับข้อมูลชั้นต้นทุกครั้ง
ความคิดเห็น 0