บิตคอยน์(BTC)ดีดกลับขึ้นมายืนเหนือโซน ‘64,000 ดอลลาร์’ อีกครั้ง แสดงสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้น ขณะที่ระดับ ‘63,000 ดอลลาร์’ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะแนวรับสำคัญที่จะชี้ทิศทางราคาในช่วงต่อไป
เมื่อช่วงเช้าตลาดเอเชียวันที่ 4 บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นราว 2% ภายใน 24 ชั่วโมง ขยับเข้าใกล้ 64,000 ดอลลาร์ และหากมองในกรอบสัปดาห์ก็ยังบวกได้ราว 1% หลังจากกลับมายืนเหนือแนว 63,000 ดอลลาร์ที่เคยหลุดลงไปก่อนหน้า ระหว่างวันราคาลงไปต่ำสุดบริเวณ 62,250 ดอลลาร์ ก่อนที่แรงซื้อจะไหลกลับเข้ามาดันราคาขึ้นไปแตะประมาณ 64,100 ดอลลาร์
ด้านอีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวแถว 1,865 ดอลลาร์ การปรับขึ้นยังจำกัด และกลายเป็นสินทรัพย์หลักเพียงตัวเดียวที่ยังคงติด ‘แนวโน้มลบ’ ในกรอบสัปดาห์
ริปเปิล(XRP) ขยับขึ้นราว 1% มาอยู่บริเวณ 1.08 ดอลลาร์ ทำให้ในรอบสัปดาห์สะสมผลตอบแทนได้ราว 2% ขณะที่ ไบแนนซ์คอยน์(BNB) ปรับเพิ่มราว 1.5% มายืนแถว 591 ดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในเหรียญใหญ่ที่โดดเด่นที่สุดของสัปดาห์ ด้วยอัตราผลตอบแทนประมาณ 5%
โซลานา(SOL) เคลื่อนไหวบริเวณ 74 ดอลลาร์ บวกมากกว่า 1% ส่วน ทรอน(TRX) และ ดอจ์คอยน์(DOGE) ต่างขยับขึ้นราว 1% ใกล้เคียงกัน ด้านฮัยเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) ฟื้นตัวแรงกว่า 4% หลังจากร่วงลงในสัปดาห์ก่อน กลับมาทดสอบโซน 54 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แม้ยังติดลบในกรอบสัปดาห์ราว 3%
การดีดตัวของบิตคอยน์(BTC) รอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางประเด็น ‘คอลด์คาร์ด(Coldcard)’ ที่ยังไม่เคลียร์ชัด โดยมีการตรวจพบการย้ายเหรียญครั้งที่ 4 จากกลุ่ม ‘ที่อยู่’ ที่สร้างขึ้นด้วยเฟิร์มแวร์ที่มีปัญหา คิดเป็นการเคลื่อนย้าย 449 บิตคอยน์ จากราว 709 ที่อยู่บนเครือข่าย
ฝั่งกัลแลกซี รีเสิร์ช(Galaxy Research) ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเคลื่อนย้ายเหล่านี้มาจาก ‘เจ้าของรายเดียวกัน’ หรือไม่ ทำให้ในมุมมองตลาด แม้ราคาจะรีบาวด์ แต่ ‘ความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย’ ยังถูกมองเป็นความเสี่ยงแฝงที่กดดันบรรยากาศการลงทุนอยู่
ขณะที่ตลาดหุ้นโลกยังแกว่งตัวแบบ ‘ผสม’ ดัชนี MSCI เอเชีย-แปซิฟิก อ่อนตัวต่อ 0.7% เป็นการปิดลบ 2 วันติดต่อกัน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เสียแรงซื้อช่วงเช้า หันมาปิดลบ 1.1% ขณะเดียวกันดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ก็ร่วงลงอีกราว 1%
ฟากสัญญาฟิวเจอร์สดัชนีแนสแด็ก 100 กลับขยับขึ้นราว 0.4% โดยหุ้นพาลันเทียร์(Palantir) พุ่งถึง 14% ในการซื้อขายนอกเวลาปกติ หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ ขณะที่หุ้นแอมะซอน(AMZN) อ่อนตัว 1.6% จากข่าวการขายหุ้นของเจฟฟ์ เบโซส(Jeff Bezos)
นักลงทุนในตลาดคริปโตจับตาว่า บิตคอยน์(BTC) จะสามารถ ‘รักษาฐาน 63,000 ดอลลาร์’ ไว้ได้ในช่วงเปิดทำการของตลาดสหรัฐหรือไม่ เนื่องจากในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ระดับราคานี้ถูกเจาะลงไปแล้วถึงสองครั้ง หากเกิดการหลุดครั้งที่สาม ‘ความคิดเห็น’ ของนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจถูกตีความเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อบริเวณต่ำกว่า 62,500 ดอลลาร์เริ่มอ่อนกำลังลง
โดยสรุป ภาพรวมตอนนี้ ‘การฟื้นตัวระยะสั้น’ ของบิตคอยน์(BTC) ยังถือว่าส่งสัญญาณเชิงบวก แต่ตลาดต้องการเห็นการยืนยันแนวรับ 63,000 ดอลลาร์อย่างชัดเจน ก่อนที่จะกล้าประเมินว่ารอบรีบาวด์นี้มีโอกาสขยายตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่มั่นคงมากขึ้น
ความคิดเห็น 0