คอยน์เบส(COIN) ประกาศปลดพนักงานราว 700 คน หรือคิดเป็นประมาณ 14% ของพนักงานทั่วโลก ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่ชะลอตัว แรงกดดันด้านการควบคุมต้นทุน และการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสะท้อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วอุตสาหกรรม Web3
ตามเอกสารที่คอยน์เบสยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันที่ 5 บริษัทประเมินว่าจะลดพนักงานประมาณ 700 คน และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องราว 50-60 ล้านดอลลาร์ โดยจำนวนพนักงานที่ถูกปลดคิดเป็นประมาณ 14% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก นับ ณ วันที่ 1
คอยน์เบสระบุว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดปัจจุบัน พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะกับยุค AI ไบรอัน อาร์มสตรอง(Brian Armstrong) ซีอีโอคอยน์เบส เขียนในบล็อกของบริษัทว่า “เราเห็นวิศวกรใช้ AI ทำงานที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์ให้เสร็จภายในไม่กี่วัน” คำพูดนี้สะท้อนว่าบริษัทมองผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI เป็นเหตุผลสำคัญเบื้องหลังการลดขนาดองค์กรและปรับโครงสร้างงาน
คอยน์เบสวางแผนจำกัดลำดับชั้นการบริหารไว้ไม่เกิน 5 ชั้นนับจากซีอีโอและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมลดตำแหน่งผู้บริหารที่ทำหน้าที่กำกับดูแลล้วนๆ ลง นอกจากนี้ยังเตรียมทดลองรูปแบบ ‘ทีมคนเดียว’ ที่พนักงานหนึ่งคนใช้เครื่องมือ AI ทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งทีมใหญ่
แรงกดดันด้านต้นทุนของคอยน์เบสเกิดขึ้นพร้อมกับกิจกรรมการซื้อขายบนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEX) ที่ชะลอตัวลงทั่วอุตสาหกรรม ซีซีดาต้า(CCData) รายงานว่าปริมาณการซื้อขายรวมของตลาดสปอตและตลาดอนุพันธ์บน CEX ในเดือนพฤษภาคมลดลง 3.45% จากเดือนก่อนหน้า เหลือ 4.41 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
ตลาดอนุพันธ์ยิ่งชะลอตัวชัดเจนกว่า คอยน์เกกโก(CoinGecko) ระบุว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อเดือนของ 11 กระดานเทรดฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุ (perpetual) แบบรวมศูนย์อันดับต้น ลดลง 34.0% จาก 7.11 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 เหลือ 4.69 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2026
ในทางกลับกัน ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อเดือนของ 12 กระดานเทรดฟิวเจอร์ส perpetual แบบกระจายศูนย์ (DEX) อันดับต้น กลับเพิ่มขึ้นจาก 531.65 พันล้านดอลลาร์ เป็น 611.57 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน โดย perpetual DEX คือกระดานเทรดอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ที่ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุผ่านสมาร์ทคอนแทร็กต์
ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) มีปริมาณการซื้อขาย 190.28 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน ขึ้นแท่นอันดับ 9 ในบรรดากระดานเทรด perpetual ทั้งหมด ขณะที่สัดส่วนปริมาณการซื้อขายระหว่าง perpetual DEX กับ CEX เพิ่มขึ้นจาก 3% ในเดือนมกราคม 2025 เป็น 13% ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ก่อนจะลดลงเหลือ 10% ในเดือนเมษายน 2026
การปรับลดพนักงานจากปริมาณการซื้อขายที่ซบเซาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่คอยน์เบส อัพโฮลด์(Uphold) ก็ปลดพนักงาน 85 คน หรือ 17% ของพนักงานทั้งหมด ท่ามกลางการซื้อขายฝั่งรีเทลที่ชะลอตัว พร้อมทุ่มทรัพยากรไปที่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานสำหรับองค์กร สะท้อนว่ากระดานเทรดต่างๆ กำลังทบทวนโมเดลธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากนักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก
กระดานเทรดขนาดกลางและเล็กก็ทยอยลดขนาดธุรกิจเช่นกัน บิทมาร์ท(BitMart) ระบุเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ว่าหลังทบทวนสถานะการดำเนินงาน สภาพตลาด และกลยุทธ์ในอนาคต บริษัทตัดสินใจยุติการให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเป็นขั้นตอน โดยหยุดรับสมัครสมาชิกใหม่และการฝากเงินตั้งแต่วันเดียวกัน ส่วนบริการซื้อขายทั้งสปอตและฟิวเจอร์สจะปิดตัวในวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ตามเวลาเกาหลี
เม็ดเงินลงทุนก็เทน้ำหนักไปที่การลงทุนแบบเลือกสรรมากกว่าการทุ่มเงินก้อนใหญ่ในรอบหลังๆ กาแล็กซี รีเสิร์ช(Galaxy Research) ระบุว่าเงินลงทุนในสตาร์ทอัพคริปโตและบล็อกเชนไตรมาส 1 อยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์ จากทั้งหมด 355 ดีล ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าประมาณ 50% ในแง่มูลค่าเงินลงทุน และลดลง 16% ในแง่จำนวนดีล โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรอบระดมทุนขนาดใหญ่ในช่วงปลาย
การปลดพนักงานทั่วอุตสาหกรรม Web3 ไม่อาจอธิบายได้ด้วยการนำ AI มาใช้เพียงอย่างเดียว เพราะปริมาณการซื้อขายบน CEX ที่ลดลง การเติบโตของ perpetual DEX เม็ดเงินลงทุนเวนเจอร์ที่หดตัว และแรงกดดันด้านต้นทุน กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด ทั้งนี้ บิทมาร์ทมีกำหนดยุติการให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2027 เวลา 00:59 น. ตามเวลาเกาหลี
ความคิดเห็น 0