ตลาดกองทุนบิตคอยน์(BTC) ETF แบบสปอตในสหรัฐฯ เกิดกรณีปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรก โดย Hashdex เตรียมเลิกกองทุน Hashdex Bitcoin ETF (สัญลักษณ์ DEFI) ซึ่งมีสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 14.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.1 หมื่นล้านวอน)
Coindesk รายงานเมื่อวันที่ 4 ว่า Hashdex วางแผนนำ DEFI เข้าสู่กระบวนการเลิกกองทุนหลังวันที่ 17 สิงหาคม เมื่อเทียบกับสินทรัพย์สุทธิของ iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) ของ BlackRock ที่มีมูลค่า 4.708057 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 67.3252 ล้านล้านวอน) แล้ว ถือว่าขนาดกองทุนแตกต่างกันอย่างมาก
DEFI จดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2022 และเริ่มปรับกลยุทธ์เป็นการถือครองบิตคอยน์แบบสปอตตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2024 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างจาก ETF ฟิวเจอร์สเดิมมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นสปอตเป็นหลัก
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงกฎการจดทะเบียนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงบิตคอยน์เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2024 หลังจากนั้นกองทุนบิตคอยน์ ETF แบบสปอตของบริษัทจัดการสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น BlackRock, Fidelity และ ARK 21Shares ได้เข้าครองส่วนแบ่งตลาดก่อน ขณะที่ DEFI เปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์สปอตช้ากว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้
ค่าธรรมเนียมการบริหารก็ไม่ได้เป็นปัจจัยสร้างความแตกต่าง เนื่องจากอัตราค่าใช้จ่ายของ DEFI ที่ Hashdex เสนอ กับค่าธรรมเนียมผู้สนับสนุนของ IBIT จาก BlackRock อยู่ที่ 0.25% เท่ากันทั้งคู่ เมื่อค่าใช้จ่ายเท่ากัน ผลิตภัณฑ์ที่มีสินทรัพย์บริหารจัดการและปริมาณการซื้อขายสูงกว่าย่อมได้เปรียบในด้านสภาพคล่อง
การเลิกกองทุนขนาดเล็กรายนี้ยังไม่อาจถือเป็นสัญญาณการหดตัวของตลาดบิตคอยน์ ETF แบบสปอตโดยรวม จากการรวบรวมข้อมูลของ SoSoValue เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พบว่ากองทุนบิตคอยน์ ETF แบบสปอตทั้ง 13 กองทุนในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสมอยู่ที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 73.359 ล้านล้านวอน) และมีสินทรัพย์สุทธิรวม 7.742 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 110.7106 ล้านล้านวอน)
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินทุนในช่วงหลังเริ่มอ่อนตัวลง โดยเงินไหลเข้าสุทธิในรอบ 30 วันนับถึงวันเดียวกันอยู่ที่ติดลบ 2.28 พันล้านดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไหลออกสุทธิราว 3.2604 ล้านล้านวอน)
กองทุนบิตคอยน์ ETF แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 527 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.536 แสนล้านวอน) ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 กรกฎาคม โดย The Block รายงานว่าเป็นการไหลออกสุทธิรายสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8
ก่อนหน้านี้ประเด็นเงินไหลออกและผลตอบแทนที่ลดลงของ IBIT จาก BlackRock เคยถูกนำเสนอในฐานะตัวแปรด้านอุปสงค์อุปทานของ ETF มาแล้ว ล่าสุดยังมีการนำผลตอบแทนเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และบิตคอยน์ ETF มาใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบในการจัดสรรเงินทุนด้วย
กองทุน iShares Future AI & Tech ETF (ARTY) ของ BlackRock มีสินทรัพย์สุทธิ 3.62357 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5.1817 ล้านล้านวอน) ณ วันที่ 23 กรกฎาคม และมีผลตอบแทนรวมมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(NAV) นับจากต้นปีอยู่ที่ 44.40% ขณะที่ผลตอบแทนรวม NAV ของ IBIT นับจากต้นปีในวันเดียวกันอยู่ที่ติดลบ 25.57%
เวตเล ลุนเด(Vetle Lunde) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ K33 Research ระบุในรายงานเดือนมิถุนายนว่า “ตลาดส่วนใหญ่มองว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือครองบิตคอยน์ในช่วงที่สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI พุ่งขึ้นนั้นสูงเกินไป” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่สะท้อนว่าเงินทุนจากสถาบันไม่ได้เปรียบเทียบเฉพาะราคาบิตคอยน์ แต่ยังเปรียบเทียบผลตอบแทนสัมพัทธ์กับสินทรัพย์อื่นด้วย
Hashdex ไม่ได้ถอนตัวออกจากตลาด ETF คริปโตในสหรัฐฯ ทั้งหมด โดย Coindesk รายงานว่า Hashdex ยังคงบริหารสินทรัพย์มูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.86 แสนล้านวอน) ในผลิตภัณฑ์อื่นที่นักลงทุนในสหรัฐฯ ยังเข้าถึงได้ และจะยังคงดำเนินกองทุน Hashdex Nasdaq Crypto Index US ETF (NCIQ) ต่อไป ส่วน DEFI มีกำหนดเข้าสู่กระบวนการเลิกกองทุนหลังวันที่ 17 สิงหาคม
ความคิดเห็น 0