การเลื่อน “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต” ในวุฒิสภาสหรัฐ ได้ถูกมองว่าอาจเปิดโอกาสให้ ‘ฮ่องกง’ และ ‘สิงคโปร์’ เสริมความได้เปรียบในฐานะศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ‘คริปโตฮับ’ มากขึ้น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสหรัฐที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งยิ่งยืดเยื้อ ก็ยิ่งมีแนวโน้มผลักดันให้ทั้งเงินทุนและบุคลากรหันไปหาตลาดที่มีกติกาชัดเจนกว่า
ตามรายงานของ ‘โคอินเทเลกราฟ(Cointelegraph)’ เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) วุฒิสภาสหรัฐตัดสินใจไม่หยิบร่างกฎหมายโครงสร้างตลาด ‘คริปโต’ ขึ้นมาลงมติก่อนจะปิดสมัยประชุมช่วงเดือนสิงหาคม จอห์น ทูน(John Thune) ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ระบุว่าการคัดค้านจากเดโมแครตยังดำเนินต่อเนื่อง และชี้ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกจัดเป็นวาระสำคัญอันดับต้นๆ หลังเปิดประชุมอีกครั้งในเดือนกันยายน
วินเซนต์ ช็อก(Vincent Chok) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ‘เฟิสต์ดิจิทัล(First Digital)’ ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ‘เอฟดียูเอสดี(FDUSD)’ มองว่าการเลื่อนครั้งนี้ยิ่งทำให้ความไม่ชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ในตลาดสหรัฐลุกลาม เขาระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์ที่แน่นอนในเรื่อง ‘โครงสร้างตลาด การดูแลสินทรัพย์ และการกำกับดูแล’ ทำให้สถาบันลงทุนขนาดใหญ่ตัดสินใจได้ลำบาก โดยชี้ว่า “‘ตลาด’ สามารถปรับตัวเข้ากับไทม์ไลน์ที่ช้าได้ แต่ ‘ความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อ’ เป็นสิ่งที่ตลาดรับมือได้ยากมาก”
ช็อกย้ำว่า แม้ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐจะเดินหน้าช้าลง แต่กระบวนการจัดระเบียบกฎเกณฑ์ในเขตนอกสหรัฐยังคงเดินต่อไป เขาให้ความเห็นว่า ในฝั่งเอเชีย การเลื่อนร่างกฎหมายนี้ยิ่งเป็นการมอบเวลาเพิ่มให้ศูนย์กลางการเงินอย่าง ‘ฮ่องกง’ และ ‘สิงคโปร์’ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘กฎระเบียบที่ชัด กับนวัตกรรม’ สามารถเดินไปด้วยกันได้
เมลเลีย มา(Meilia Ma) รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของดีแฟกระดานเทรดแบบรวมสภาพคลัง ‘วันอินช์(1inch)’ แสดงความกังวลไปในทิศทางเดียวกัน เธอเตือนว่า หากสภาคองเกรสไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านได้ อุตสาหกรรมอาจย้อนกลับไปสู่สภาพ ‘กำกับผ่านการบังคับใช้ (regulation by enforcement)’ อีกครั้ง กล่าวคือ จะเกิดสภาพที่แต่ละหน่วยงานตีความกฎหมายกันไปคนละแบบ มีการบังคับใช้เป็นรายกรณี และกฎระดับรัฐแตกต่างกันไปจนภาพรวมซับซ้อนยิ่งขึ้น
ในทางกลับกัน สหภาพยุโรปได้เดินหน้าใช้กรอบกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ‘ไมก้า(MiCA)’ แล้ว ทำให้ ‘ช่องว่างด้านกฎระเบียบของสหรัฐ’ ดูเด่นชัดขึ้น เมื่อเทียบกับภูมิภาคที่มีกติกาเป็นระบบตั้งแต่ต้น นักลงทุนสถาบันที่ต้องการความแน่นอนจึงอาจมองยุโรป รวมถึงศูนย์กลางในเอเชีย อย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า
เจมส์ อี. ซน(James E. Sohn) นักกลยุทธ์ตลาดจากเวลลิงตัน-อัลทัส(Wellington-Altas) วิจารณ์การเลื่อนพิจารณากฎหมายครั้งนี้ว่าเป็นตัวอย่างของ ‘การเมืองแห่งความไม่แน่นอนของวอชิงตัน’ ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเห็นว่าทุกครั้งที่การออกกฎที่ชัดเจนล่าช้า ‘นวัตกรรม’ ก็มีแนวโน้มไหลออกนอกประเทศ พร้อมชี้ว่าเขตเศรษฐกิจที่เร่งจัดระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับ ‘คริปโต’ อย่างรวดเร็ว เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ ย่อมได้เปรียบในการดึงดูดทั้งบริษัทและบุคลากรคุณภาพสูง
ท้ายที่สุด การเลื่อนลงมติในวุฒิสภาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ‘ความเร็วของการออกกฎหมายคริปโตในสหรัฐ’ มีศักยภาพจะเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายต่อทิศทางการไหลของทุนทั่วโลก แม้จะมีการยืนยันว่าเรื่องนี้จะถูกหยิบมาหารืออีกครั้งในเดือนกันยายน แต่ในช่วงเวลาระหว่างนี้ สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือฮ่องกงและสิงคโปร์จะสามารถสะสม “ความน่าเชื่อถือเชิงสถาบัน” และสร้างภาพลักษณ์ด้านกฎระเบียบที่มั่นคงได้มากแค่ไหน ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในศึกชิงความเป็น ‘ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลโลก’ ในระยะยาว
"ความคิดเห็น" การแข่งขันระหว่างสหรัฐกับศูนย์กลางเงินทุนในเอเชียกำลังโยงโดยตรงกับ ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบคริปโต’ หากวอชิงตันยังเดินช้า ขณะที่ฮ่องกงและสิงคโปร์เดินหน้าจัดระเบียบต่อเนื่อง กระแสทุนและโปรเจ็กต์ชั้นนำอาจย้ายฐานถาวร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบทบาทนำของสหรัฐในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลกในอนาคต
ความคิดเห็น 0