Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ริปเปิล(XRP) ร่วงใกล้ 1 ดอลลาร์ หลังวุฒิสภาสหรัฐเลื่อนโหวตกฎหมาย CLARITY ทำสถาบันชะลอลงทุน

ริ플(XRP) กำลังถูกแรงกดดันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง หลังความล่าช้าของกระบวนการออกกฎหมายในวอชิงตันทำให้ตลาดกลับมาเผชิญ ‘ความไม่แน่นอน’ อีกครั้ง โดยขณะนี้ริ플(XRP) อ่อนตัวลงมาทดสอบโซน ‘1 ดอลลาร์’ ซึ่งถือเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยาสำคัญ หลังการเลื่อนลงมติร่างกฎหมาย ‘Digital Asset Market Clarity Act (CLARITY Act)’ ที่เดิมถูกคาดหวังว่าจะเป็นตัวเร่งระยะสั้นให้กับตลาดคริปโต

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ริปเปิล(XRP) ปรับตัวลงราว 1.24% เคลื่อนไหวแถวประมาณ 1.03 ดอลลาร์ ใกล้ระดับแนวรับจิตวิทยา 1 ดอลลาร์ หลังวุฒิสภาสหรัฐตัดสินใจไม่เดินหน้าลงมติร่างกฎหมายก่อนการพักสมัยประชุมวันที่ 7 สิงหาคม ส่งผลให้กำหนดการพิจารณาใหม่ถูกเลื่อนไปเร็วที่สุดคือหลังวันที่ 14 กันยายน และยังเป็นเพียง ‘กรอบเวลาชั่วคราว’ ที่ไม่การันตีว่าจะมีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในทันที ความล่าช้านี้ยิ่งตอกย้ำคำถามในหมู่นักลงทุนสถาบันว่า ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลจะเกิดขึ้นทันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 หรือไม่

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาเดิมที่เกิดซ้ำในตลาดคริปโต คือ ‘ความคาดหวังกับการลงมือทำที่ไม่สอดคล้องกัน’ ด้านหน่วยงานกำกับดูแลบางส่วนเริ่มตีความริปเปิล(XRP) ในเชิง ‘สินค้า (commodity)’ มากกว่าหลักทรัพย์ แต่ฝ่ายผู้จัดการกองทุนและภาคธุรกิจจำนวนมากยังเลือกชะลอการอัดฉีดเงินก้อนใหญ่ จนกว่าความหมายและสถานะทางกฎหมายจะถูก ‘เขียนชัด’ ผ่านกระบวนการออกกฎหมายของสภาคองเกรส

‘ความคิดเห็น’ ช่องว่างระหว่างการตีความของหน่วยงานกำกับกับการออกกฎหมายโดยตรงจากสภา กำลังเป็นจุดอ่อนหลักที่ทำให้เงินสถาบันลังเลจะเข้าตลาด XRP อย่างเต็มตัว

ในเชิงกระบวนการ ร่างกฎหมาย CLARITY ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ด้วยคะแนนเสียง 294 ต่อ 134 ก่อนจะผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในเดือนพฤษภาคม 2026 ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 จากนั้นถูกบรรจุเข้าวาระการพิจารณาในที่ประชุมเต็มวุฒิสภาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน แต่จอห์น ทูน(John Thune) ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน เลือกให้ความสำคัญกับการรับรองบุคคลในฝ่ายบริหารและร่างกฎหมายการคว่ำบาตรระหว่างประเทศก่อน ทำให้การลงมติ CLARITY ต้องถูกเลื่อนออกไป

ในปัจจุบัน วุฒิสภามีเสียงข้างมากจากรีพับลิกัน 53 ที่นั่ง การจะผ่านด่านฟิลิบัสเตอร์ต้องการเสียง 60 เสียง หมายความว่าต้องได้เสียงจากเดโมแครตอย่างน้อย 7 เสียง แต่ภายในพรรคเดโมแครตเองก็ยังมีประเด็นขัดแย้งหลัก 2 เรื่อง

ข้อแรกคือ ‘กติกาสำหรับสเตเบิลคอยน์’ โดยเฉพาะบทบัญญัติที่อนุญาตให้บริษัทคริปโตออก ‘สเตเบิลคอยน์แบบให้ดอกเบี้ย’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแข่งขันโดยตรงกับธนาคารพาณิชย์ ทำให้ภาคธนาคารต่อต้านอย่างรุนแรง ข้อสองคือ ‘กติกาด้านจริยธรรม’ ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการคริปโตของภาคเอกชน ส่งผลให้เกิดเสียงแตกในรายละเอียดของนิยามและขอบเขตการบังคับใช้

แม้ฝั่งรีพับลิกันจะเป็นเสาหลักผลักดันกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ก็ไม่ได้เป็นเอกภาพทั้งหมด ซินเทีย ลูมมิส(Cynthia Lummis) สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันหลักด้านกฎหมายคริปโต ระบุว่ายังมีวุฒิสมาชิกบางส่วนที่แสดงท่าที ‘ต่อต้านอย่างชัดเจน’ ต่อโครงสร้างตลาดที่ร่างกฎหมายนี้เสนอ

ปัจจัยเรื่อง ‘เวลา’ กลายเป็นคอขวดสำคัญ วุฒิสภามีกำหนดพักสมัยประชุมยาวตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม ถึง 11 กันยายน เพื่อกลับไปทำงานในพื้นที่ หากไม่สามารถทำ ‘การโหวตเชิงกระบวนการ (cloture)’ ได้ก่อนหน้านั้น ร่างกฎหมาย CLARITY จะต้องกลับมาชิงคิวกับประเด็นใหญ่ในเดือนกันยายน เช่น กฎหมายงบประมาณรัฐบาลกลาง นอกจากนี้ เนื้อหาของร่างกฎหมายในวุฒิสภายังแตกต่างจากฉบับของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ต้องมีขั้นตอนประสานงานระหว่างสองสภาเพิ่มเติม โอกาสที่จะปิดดีลได้ภายในเดือนกันยายนจึงถูกมองว่าค่อนข้างต่ำ

‘ความคิดเห็น’ การเมืองวอชิงตันยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดเส้นเวลา (timeline) ของความชัดเจนด้านกฎระเบียบ มากกว่าจะเป็นปัจจัยทางเทคนิคหรือความพร้อมของอุตสาหกรรมคริปโตเอง

ผลกระทบของการเลื่อนออกกฎหมาย เริ่มสะท้อนชัดเจนในฝั่งกระแสเงินลงทุนสถาบันเข้าริปเปิล(XRP) โดยเฉพาะผ่านกองทุน ETF แบบสปอต ในสหรัฐ กองทุน XRP ETF เคยทำสถิติเงินไหลเข้า (net inflow) ประมาณ 131.94 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม แต่ตัวเลขลดลงเหลือราว 59.46 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน และหดเหลือราว 27.29 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องหลายเดือน นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า ผู้เล่นสถาบันกำลัง ‘หยุดรอดูท่าที’ มากกว่าจะทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนต่อเนื่องเหมือนช่วงต้นปี

ด้านตลาดคาดการณ์ (prediction market) อย่าง ‘Kalshi’ ก็สะท้อนมุมมองเชิงลบมากขึ้นเช่นกัน โดยโอกาสที่ร่างกฎหมาย CLARITY จะผ่านภายในปี 2026 ถูกประเมินล่าสุดราว 17% ลดลงจากระดับสูงสุดราว 82% เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ แสดงให้เห็นว่าตลาดได้ ‘ตีราคา’ ภาวะการเมืองที่ชะงักงันเข้าไปล่วงหน้าแล้ว

ท้ายที่สุด แนวโน้มระยะสั้นของริปเปิล(XRP) จึงขึ้นอยู่กับ ‘ปฏิทินการเมือง’ มากกว่า ‘กราฟราคา’ แบบดั้งเดิม ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งเตือนว่าตราบใดที่ความชัดเจนด้านกฎระเบียบยังไม่ถูกตราเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ ความผันผวนของราคาริปเปิล(XRP) มีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูง และการเคลื่อนไหวสำคัญครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นพร้อมกับความคืบหน้าบนเวทีสภาคองเกรส มากกว่าสัญญาณทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1