ธนาคารกลางบราซิลเตรียมออกกฎใหม่ บังคับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(VASP) ‘ชะลอการโอน’ ไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศหรือกระเป๋า ‘เซลฟ์คัสโตดี’ ได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง เพื่อลดการฉ้อโกงที่อาศัยความรวดเร็วของการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล สะท้อนแนวโน้มการ ‘เข้มงวดกฎคริปโต’ ที่เริ่มลุกลามจากสหรัฐและยุโรปมาถึงลาตินอเมริกา
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางบราซิล(BCB) ระบุว่า มาตรการถือครองสูงสุด 24 ชั่วโมงนี้จะใช้กับธุรกรรมที่ลูกค้ารับเงินเกิน ‘1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ’ ต่อครั้ง หรือรวมทั้งวันเกินเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ VASP ยังต้องนำมาตรการเดียวกันไปใช้กับธุรกรรมอื่นที่มองว่า ‘มีความเสี่ยง’ ตามนโยบายบริหารความเสี่ยงภายในของแต่ละบริษัท พร้อมแจ้งลูกค้าให้ทราบทุกครั้งที่มีการถือครองธุรกรรม และเก็บบันทึกกรณี ‘ฉ้อโกง ความพยายามฉ้อโกง และมาตรการแก้ไข’ ไว้อย่างเป็นระบบ
กฎใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป แต่หากผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและเกณฑ์ที่ธนาคารกลางกำหนดได้ครบ ก็สามารถ ‘ปลดการถือครอง’ ก่อนครบ 24 ชั่วโมง หลังผ่านการตรวจสอบภายในแล้ว ทางการบราซิลย้ำว่ามาตรการดังกล่าวออกมาเพื่อจำกัดความเสี่ยงด้าน ‘สแกมและการฟอกเงิน’ ที่อาศัยการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางที่หลายประเทศเริ่มยกระดับการรับมือ ‘อาชญากรรมคริปโต’ ญี่ปุ่นเคยให้คำแนะนำผ่านสำนักงานบริการการเงินและสำนักงานตำรวจ ว่า ผู้ให้บริการควรจำกัดการถอนหลังจากมีการฝากเงินสกุลเงินทั่วไป หรือซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเสร็จใหม่ ๆ รวมถึงให้ ‘ลงทะเบียนที่อยู่ปลายทางล่วงหน้า’ และกำหนด ‘ช่วงเวลารอ’ ก่อนปล่อยการถอน อย่างไรก็ตาม มาตรการของญี่ปุ่นยังเป็นเพียง ‘แนวทางสมัครใจ’ ที่ปล่อยให้แต่ละแพลตฟอร์มตัดสินใจตามรูปแบบธุรกิจและระดับความเสี่ยงของตนเอง
ในยุโรป ปัญหามิจฉาชีพที่ ‘สวมรอยหน่วยงานกำกับดูแล’ ก็เพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของฝรั่งเศสออกคำเตือนกรณีเว็บไซต์ปลอมที่ลอกเลียนแบบหน้าเว็บทางการ ส่วนหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ยุโรป(ESMA) เปิดเผยว่า มีกรณีเอกสารปลอมที่นำชื่อองค์กรและโลโก้ไปใช้หลอกนักลงทุนเช่นกัน ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า เมื่อการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนทำได้แทบจะทันที การที่บราซิลเลือกใช้มาตรการถือครอง 24 ชั่วโมงอาจกลายเป็นต้นแบบให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือ ‘ตลาดเกิดใหม่’ อื่น ๆ นำไปประยุกต์ใช้ตาม
ท้ายที่สุด กฎใหม่ของบราซิลถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ‘ความเร็วในการทำธุรกรรม’ จะถูกลดความสำคัญลง เพื่อให้ ‘การตรวจสอบและการยืนยันตัวตน’ มีน้ำหนักมากขึ้น ในด้านหนึ่ง ภาระการปฏิบัติตามกฎ(Compliance) ของ VASP จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในเชิงระบบตรวจจับความเสี่ยง บุคลากร และต้นทุนการปฏิบัติงาน แต่อีกด้านหนึ่ง ก็อาจช่วย ‘ยกระดับความน่าเชื่อถือของกฎระเบียบ’ ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลบราซิล และเสริมความมั่นใจให้หน่วยงานกำกับดูแลและนักลงทุนสถาบันในระยะยาว
ความคิดเห็น 0