บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวขึ้นมาอยู่แถวระดับ 64,000 ดอลลาร์ แต่ตลาดซื้อขายจริงและกิจกรรมบนเชนกลับไม่ฟื้นตัวตามราคาที่ปรับขึ้นเท่าที่ควร นักวิเคราะห์ระบุว่าแรงหนุนหลักของการดีดตัวรอบนี้มาจากตลาดอนุพันธ์และกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF เป็นหลัก ขณะที่ระดับ 72,000 ดอลลาร์ถูกมองว่าเป็น 'แนวต้าน' ที่ต้องฝ่าไปให้ได้ มากกว่าจะเป็นเป้าหมายราคาที่ยืนยันแล้ว
Glassnode เปิดเผยในรายงานประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า บิตคอยน์ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ในกรอบ 64,000-65,100 ดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถหลุดออกจากกรอบการเคลื่อนไหวเดิมได้ ก่อนหน้านี้ในรายงานวันที่ 13 กรกฎาคม Glassnode ประเมินว่าปริมาณการซื้อขายในตลาด Spot ลดลงถึง 21.5% และการปรับขึ้นของราคาครั้งนั้นเกิดจากสภาพคล่องที่ค่อนข้างบางมากกว่าแรงซื้อที่กระจายตัวในวงกว้าง
แนวต้านสำคัญถูกระบุไว้ที่ช่วง 67,000-68,000 ดอลลาร์ และ 72,000 ดอลลาร์ ฮูลิโอ โมเรโน (Julio Moreno) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant ให้ความเห็นกับ Forbes ว่ามองระดับ 64,000 ดอลลาร์เป็นแนวรับระยะสั้น และ 72,000 ดอลลาร์เป็นแนวต้านระยะสั้น ด้าน แม็กซิม เซเลอร์ (Maxime Seiler) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ STS Digital วิเคราะห์ว่ากรอบบน 70,000-72,000 ดอลลาร์เป็นเป้าหมายถัดไป แต่ราคาต้องผ่านช่วง 67,000-68,000 ดอลลาร์ให้ได้ก่อน
MarketWatch รายงานว่า ณ เวลา 01.33 น. (เวลาไทย) วันที่ 8 สิงหาคม บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ 64,762 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.9% ทำให้ราคาปรับขึ้นรายสัปดาห์ 3.1% แต่ยังต่ำกว่าราคาปิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ 66,436.09 ดอลลาร์
ETF บิตคอยน์ Spot ของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่อง 5 วันทำการจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม โดยยอดสะสมทะลุ 600 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ CoinDesk อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะปรับขึ้น ปริมาณการซื้อขายในตลาด Spot ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานความเคลื่อนไหวของกระแสเงินไหลเข้า ETF บิตคอยน์และทิศทางราคาไว้แล้ว
Glassnode มองว่าการที่ ETF Spot ของสหรัฐฯ พลิกกลับมามีเงินไหลเข้าสุทธิในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นสัญญาณของดีมานด์จากสถาบันที่เริ่มฟื้นตัว แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณการซื้อขายที่ยังชะลอตัว ภาพรวมเข้าใกล้การจัดสรรเงินทุนอย่างระมัดระวังมากกว่าการขยายสถานะเชิงเก็งกำไร ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม กองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลกลับมามีเงินไหลออกสุทธิอีกครั้ง และปริมาณการซื้อขายรายสัปดาห์ก็ลดลงตามไปด้วย
ในตลาดอนุพันธ์ ฝั่ง Long ยังคงได้รับความนิยมมากกว่า แต่แรงซื้อเริ่มอ่อนแรงลง รายงานวันที่ 13 กรกฎาคมระบุว่าตลาด Perpetual Futures ยังคงมี Long Premium อยู่ แต่แรงซื้อเชิงรุกเริ่มชะลอตัว ขณะที่ตลาด Options ยังคงมีดีมานด์ป้องกันความเสี่ยงขาลงต่อเนื่อง ต่อมาในรายงานวันที่ 27 กรกฎาคม พบว่าต้นทุน Funding Rate ของฝั่ง Long ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่านักลงทุนที่ใช้ Leverage เริ่มระมัดระวังมากขึ้น
กล่าวโดยสรุป ระดับ 72,000 ดอลลาร์ในสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ใช่เป้าหมายราคาที่ยืนยันแล้ว แต่เป็น 'แนวต้าน' ที่บิตคอยน์ต้องฝ่าให้ได้หากต้องการปรับขึ้นต่อ ส่วนตลาด Spot และกิจกรรมบนเชนจะฟื้นตัวตามราคาหรือไม่ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป
ความคิดเห็น 0