ธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผิดกฎหมายที่ตรวจพบในเกาหลีใต้มูลค่า 7.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10 ล้านล้านวอน) ในจำนวนนี้ 6.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9 ล้านล้านวอน) หรือกว่า 90% เชื่อมโยงกับขบวนการ ‘แลกเงินเถื่อน’ ที่ใช้คริปโตเป็นช่องทางเลี่ยงการโอนเงินข้ามพรมแดนตามช่องทางธนาคารปกติ
บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน คริสตัล อินเทลลิเจนซ์(Crystal Intelligence) ระบุในรายงานความเสี่ยงเกาหลีใต้ปี 2026 ว่า ธุรกรรมคริปโตผิดกฎหมายที่พบในเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2021 จนถึงเดือนสิงหาคม 2025 มีมูลค่ารวม 7.1 พันล้านดอลลาร์ และ 6.4 พันล้านดอลลาร์ในจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับขบวนการแลกเงินเถื่อน ซึ่งเป็นวิธีแลกเปลี่ยนเงินสดและคริปโตระหว่างต่างประเทศกับในประเทศโดยไม่ผ่านขั้นตอนโอนเงินต่างประเทศตามกฎหมายของธนาคาร ก่อนนำไปเคลียร์เป็นเงินวอนในภายหลัง
รูปแบบที่พบคือ ผู้สมรู้ร่วมคิดในต่างประเทศจะแปลงเงินเป็นคริปโต เช่น สเตเบิลคอยน์ ก่อนส่งให้ร้านแลกเงินหรือผู้รับซื้อขายผิดกฎหมายในเกาหลีใต้นำไปขายในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตเพื่อแปลงเป็นเงินวอน จากนั้นจึงโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับปลายทางในประเทศ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นการขายคริปโตและรับเงินวอนตามปกติ แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นการเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดน
คณะกรรมการกำกับดูแลบริการทางการเงิน(FSC) และหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน(FIU) ของเกาหลีใต้ เปิดเผยในแถลงข่าวเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและให้บริการประชาชนในประเทศได้เพียง 27 แห่ง ทั้งสองหน่วยงานเตือนว่าผู้รับซื้อขายผิดกฎหมายที่ชักชวนแลกสเตเบิลคอยน์หรือทำธุรกรรมนอกตลาดผ่านเทเลแกรม ห้องแชทเปิด ยูทูบ และโซเชียลมีเดียกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น พร้อมเปิดเผยกรณีตัวอย่างที่กรมศุลกากรเกาหลีใต้จับกุมกลุ่มที่รับเทเธอร์(USDT) จากผู้สมรู้ร่วมคิดในต่างประเทศ นำไปขายเป็นเงินสดในตลาดแลกเปลี่ยนภายในประเทศ แล้วส่งต่อให้ผู้รับปลายทาง
ข้อมูลสถิติของกรมศุลกากรเกาหลีใต้ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมายที่ใช้คริปโตซึ่งถูกจับกุมรวมอยู่ที่ 13.7368 ล้านล้านวอน จากคดีทั้งหมด 186 คดี กรมศุลกากรมองว่าขบวนการแลกเงินเถื่อนแบบเป็นระบบและการถ่ายโอนทรัพย์สินออกนอกประเทศผ่านคริปโตเป็นปัญหาการเคลื่อนย้ายเงินทุนของอาชญากรรมข้ามชาติ
หน่วยงานกำกับดูแลใช้ระบบรายงานธุรกรรมต้องสงสัย(STR) บัญชีที่ยืนยันตัวตนจริง และระบบจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อติดตามธุรกรรมผิดกฎหมาย โดย STR คือระบบที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานต่อทางการ หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าธุรกรรมทางการเงินนั้นเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขบวนการแลกเงินเถื่อนมักแบ่งขั้นตอนออกเป็นการใช้กระเป๋าเงินต่างประเทศ การซื้อขายนอกตลาด การชักชวนผ่านแอปพลิเคชันแชท และการแปลงเป็นเงินสดในประเทศแยกจากกัน คริสตัล อินเทลลิเจนซ์ระบุในรายงานฉบับเดียวกันว่า หากไม่มีศักยภาพในการติดตามธุรกรรมข้ามหลายบล็อกเชนพร้อมกัน ก็ยากที่จะตรวจจับขบวนการเหล่านี้ได้
ในการสัมมนาเชิงนโยบายที่กรมศุลกากรเกาหลีใต้จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ตัวแทนจากเชนอนาลิซิส เกาหลี(Chainalysis Korea) และสมาคมโอเพ่นบล็อกเชนและดีไอดี(Open Blockchain·DID Association) เข้าร่วมเป็นวิทยากร โดยที่ประชุมได้หารือถึงความจำเป็นในการวางระบบตรวจสอบธุรกรรมคริปโตข้ามพรมแดนและโครงสร้างเชิงกฎหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม
ทั้งนี้ ตัวเลข 6.4 พันล้านดอลลาร์ และ 13.7368 ล้านล้านวอน เป็นสถิติที่มีเกณฑ์และขอบเขตต่างกัน ตัวเลข 6.4 พันล้านดอลลาร์มาจากการจัดประเภทธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับขบวนการแลกเงินเถื่อนในรายงานนิติวิทยาศาสตร์บล็อกเชนของภาคเอกชน ขณะที่ 13.7368 ล้านล้านวอนเป็นมูลค่าธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมายที่ใช้คริปโตซึ่งกรมศุลกากรเกาหลีใต้จับกุมได้จริง จึงไม่สามารถนำสองตัวเลขนี้มารวมกันได้โดยตรง
ความคิดเห็น 0