ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบและปรับตัวลงเล็กน้อยในตลาดพันธบัตรนิวยอร์กเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ขณะที่นักลงทุนเลือกที่จะ 'รอดูสถานการณ์' ก่อนการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมของสหรัฐ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในหลายช่วงอายุขยับขึ้นเล็กน้อย
ตามหน้าจอข้อมูลอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศของ Yonhap Infomax ระบุว่า ณ เวลา 21.47 น. ตามเวลาเกาหลีของวันที่ 10 (ตรงกับ 08.47 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.671% เพิ่มขึ้น 0.90bp จากราคาปิดเมื่อ 15.00 น. ของวันทำการก่อนหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินมากกว่า เพิ่มขึ้น 2.30bp มาอยู่ที่ 4.235% ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปี ขยับขึ้น 0.10bp มาอยู่ที่ 5.213%
โดยทั่วไปแล้วราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนไหว 'สวนทางกัน' เมื่อความต้องการซื้อพันธบัตรลดลงและราคาปรับตัวลง ดอกเบี้ยคงที่ของพันธบัตรเดิมจะมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาตลาด ทำให้อัตราผลตอบแทนที่คำนวณได้ในตลาดปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 2 ปี แคบลงจาก 45.0bp ในวันก่อนหน้า เหลือ 43.6bp สะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับขึ้นแรงกว่าระยะยาว ทำให้ส่วนต่างของเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve) แคบลง
ทั้งนี้ 'bp' หรือ basis point เป็นหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดย 1bp เท่ากับ 0.01 จุดเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการปรับขึ้น 0.90bp ของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีในครั้งนี้ จึงเทียบเท่ากับ 0.009 จุดเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ขณะนี้ความสนใจของตลาดเปลี่ยนไปจับตาตัวเลข CPI เดือนกรกฎาคมของสหรัฐ โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (Bureau of Labor Statistics, BLS) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในเวลา 21.30 น. ตามเวลาเกาหลีของวันที่ 12
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) จะประกาศตามมาในเวลา 21.30 น. ตามเวลาเกาหลีของวันที่ 13 หาก CPI สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าในระดับผู้บริโภค PPI จะแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการผลิต
ก่อนหน้านี้ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือนกรกฎาคมที่ประกาศเมื่อวันที่ 7 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มากกว่า 100,000 ตำแหน่ง แม้จะเป็นข่าวร้ายด้านการจ้างงาน แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในวันนั้นกลับปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะตลาดต้องการ 'รอดูตัวเลขเงินเฟ้อ' ประกอบการตัดสินใจด้วย
นักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์(Deutsche Bank) กล่าวว่า “ตัวเลข CPI เดือนกรกฎาคมอาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(Federal Reserve, Fed) ในเดือนกันยายน” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าหากการจ้างงานชะลอตัวและแรงกดดันด้านราคาปรากฏขึ้นพร้อมกัน การตัดสินใจเชิงนโยบายของเฟดอาจซับซ้อนมากขึ้น
อีกปัจจัยที่ยังเป็นตัวแปรของตลาดพันธบัตรคือการเจรจาเปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' อีกครั้ง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) และสกอตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ต่างเคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่การเจรจายังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับแอกซิออส(Axios) ว่า “เรากำลังดำเนินการเรื่องความสัมพันธ์กับอิหร่านอย่างเงียบๆ” และ “เราเจรจากับอิหร่านไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น” ทำให้บรรยากาศในตลาดพันธบัตรและตลาดน้ำมันเริ่มลดความคาดหวังต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซลง
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลต่อตลาดอัตราดอกเบี้ยผ่านราคาน้ำมันและการคาดการณ์เงินเฟ้อ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานราคาน้ำมันดิบโลกที่ขยับขึ้นเล็กน้อยหลังฝ่ายอิหร่านปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังคงเคลื่อนไหวอย่างอ่อนไหวต่อความกังวลด้านเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่า การขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยที่กระตุ้นแรงเทขายพันธบัตรระยะยาว
ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่ออัตราคิดลด (discount rate) ของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันผลกระทบโดยตรงจากความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในรอบนี้ต่อราคาบิตคอยน์ ขณะที่ตลาดโดยรวมยังคงรอตัวเลข CPI ที่จะประกาศในเวลา 21.30 น. ตามเวลาเกาหลีของวันที่ 12 นี้
ความคิดเห็น 0