ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ จะทยอยประกาศต่อเนื่องกัน 3 วันตั้งแต่วันที่ 12 นี้เป็นต้นไป ขณะที่บิตคอยน์(BTC) ยืนเหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 91.65 ล้านวอน) ณ วันที่ 10 ที่ผ่านมา รอดูทิศทางจากตัวเลขเศรษฐกิจชุดนี้
สำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) และสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐฯ เปิดเผยตารางเมื่อวันที่ 11 ว่า CPI เดือนกรกฎาคมจะประกาศเวลา 21.30 น. ของวันที่ 12 ตามเวลาเกาหลี ส่วน PPI จะตามมาในเวลาเดียวกันของวันที่ 13 และตัวเลขยอดค้าปลีกเบื้องต้นเดือนกรกฎาคมจะเปิดเผยเวลาเดียวกันในวันที่ 14
CPI เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาลดลง 0.4% จากเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย BLS ระบุว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ดัชนีลดลงรายเดือนมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลง ขณะที่ Core CPI ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้าน PPI เดือนมิถุนายนลดลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 5.5% ในรอบ 12 เดือน ซึ่งแรงกดดันด้านราคาในฝั่งผู้ผลิตว่ายังคงอยู่หรือไม่ จะเห็นชัดขึ้นจากตัวเลขที่ประกาศในวันที่ 13
CPI สะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ ส่วน PPI วัดทิศทางราคาสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตขาย ซึ่งบางรายการยังถูกนำไปใช้คำนวณดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จับตาอย่างใกล้ชิดด้วย
ยอดค้าปลีกเป็นอีกตัวชี้วัดที่ใช้ควบคู่กับตัวเลขเงินเฟ้อเพื่อดูทิศทางการบริโภคของสหรัฐฯ โดยยอดขายค้าปลีกและบริการอาหารเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 7.686 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,083.7 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า
หากยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมชะลอตัวลง อาจตีความได้ว่าการบริโภคเริ่มแผ่วตามหลังตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง แต่ในทางกลับกัน หากยอดขายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจสะท้อนว่าการบริโภคยังยืนหยัดได้แม้เผชิญราคาสินค้าและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
การประกาศตัวเลขชุดนี้มีขึ้นต่อเนื่องจากรายงานก่อนหน้าของโทเคนโพสต์ที่ระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อและการบริโภคเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ กลายเป็นบททดสอบสำคัญของบิตคอยน์ หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมออกมาอ่อนแอกว่าคาด ตลาดจึงจับตาว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะส่งผลต่อการตัดสินใจของเฟดในเดือนกันยายนอย่างไร
ตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนระหว่างความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมกับการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แบร์รอนส์(Barron's) รายงานเมื่อวันที่ 10 ว่าเครื่องมือ FedWatch ของตลาดชิคาโก เมอร์แคนไทล์ เอ็กซ์เชนจ์ (CME) ประเมินความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไว้ที่ 46% ขณะที่มาร์เก็ตวอทช์(MarketWatch) ระบุตัวเลขในช่วงเวลาใกล้เคียงกันไว้ที่ 44%
ตัวเลขทั้งสองจัดเก็บกันคนละช่วงเวลา จึงเทียบกันโดยตรงไม่ได้ทั้งหมด แต่มีจุดร่วมตรงที่ตลาดกำลังสะท้อนความน่าจะเป็นของการตัดสินใจเดือนกันยายนไว้ในระดับ 40% กลางๆ ใกล้เคียงกัน
แบร์รอนส์ระบุในรายงานฉบับเดียวกันว่า คาดการณ์ว่า CPI เดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ก่อนการประกาศจริง จึงต้องแยกออกจากผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผ่านมามักเคลื่อนไหวตามความคาดหวังอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงหลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ โดยคอยน์เดสก์(CoinDesk) รายงานว่าบิตคอยน์ปรับขึ้นราว 3.6% ทันทีหลัง CPI เดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าคาด
เจฟฟ์ โค(Jeff Ko) หัวหน้านักวิเคราะห์จากคอยน์เอ็กซ์(CoinEx) กล่าวว่า “บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยมากกว่าจะเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงมหภาค” สะท้อนว่าตัวเลขเงินเฟ้อเพียงตัวเดียวอาจไม่ใช่ปัจจัยชี้ทิศทางราคาบิตคอยน์โดยตรง แต่แรงสั่นสะเทือนจะชัดเจนขึ้นเมื่อความคาดหวังดอกเบี้ยและสภาพแวดล้อมตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน
ด้านกระแสเงินทุน กองทุน ETF บิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 1.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.551 ล้านล้านวอน) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อีโคโนมิกไทมส์(The Economic Times) รายงานราคาบิตคอยน์ในช่วงเวลาเดียวกันไว้ที่ 65,242 ดอลลาร์ (ประมาณ 92 ล้านวอน)
เงินไหลเข้ากองทุน ETF สะท้อนอุปสงค์ในตลาดสปอต แต่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่ยืนยันทิศทางราคาหลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อได้อย่างแน่นอน ตลาดจึงเตรียมจับตาตัวเลข CPI ในวันที่ 12 ตามด้วย PPI วันที่ 13 และยอดค้าปลีกวันที่ 14 ตามลำดับ
ความคิดเห็น 0