ศาลปกครองเกาหลีใต้ตัดสินว่าการไล่ออกอดีตผู้บริหารสถาบันวิจัยอาหารเกาหลี (Korea Food Research Institute) ที่แอบใช้สถานที่และอุปกรณ์ของสถาบันขุดอัลต์คอยน์กว่า 71 ล้านเหรียญเป็นการกระทำที่ชอบธรรม
ศาลปกครองกรุงโซล (Seoul Administrative Court) แผนกคดีปกครองที่ 3 ตัดสินเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมให้นายเอ อดีตผู้บริหารสถาบันวิจัยอาหารเกาหลี แพ้คดีที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (National Labor Relations Commission) เพื่อขอเพิกถอนคำวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์เรื่องการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม สำนักข่าว Yonhap รายงานผลคำตัดสินนี้เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น)
นายเอทำงานที่สถาบันวิจัยอาหารเกาหลีตั้งแต่ปี 2015 ถึงปี 2024 ผลการตรวจสอบพบว่าเขาใช้สถานที่และอุปกรณ์ของสถาบันขุดอัลต์คอยน์กว่า 71 ล้านเหรียญ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน ปี 2023
สถานที่ขุดคือคลังเก็บของภายในอาคารประชาสัมพันธ์ของสถาบัน ซึ่งแทบไม่ได้ใช้งานแล้ว นายเอติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ 2 เครื่องที่มีการ์ดประมวลผลกราฟิก (GPU) ฝังอยู่ภายใน
เขายังใช้งบประมาณของสถาบันจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเดินเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ทั้งติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เดินระบบเครือข่าย และเดินสายไฟฟ้าเพิ่มเติม
เมื่อถูกตรวจพบ นายเอปลอมแปลงเอกสารอนุมัติเพื่อขอนำ GPU ซึ่งเป็นหลักฐานกลับคืนไป ทำให้มีความผิดทางวินัยเพิ่มเติมนอกเหนือจากการติดตั้งและเดินเครื่องขุด
ระหว่างเดือนสิงหาคม ปี 2023 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2024 เขายังใช้ VPN ที่ไม่ได้รับอนุญาตลงทะเบียนเข้า-ออกงานเท็จรวม 117 ครั้ง ผลตรวจสอบระบุว่าพฤติกรรมนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลวิจัยสำคัญของสถาบันรั่วไหลออกไปโดยผิดกฎหมาย
GPU คืออุปกรณ์ประมวลผลกราฟิกความเร็วสูง ใช้ได้ทั้งในการขุดสินทรัพย์ดิจิทัลและการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ ส่วน VPN เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เชื่อมต่อเข้าระบบเครือข่ายภายในจากภายนอก แต่หากใช้โดยไม่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานอาจก่อปัญหาด้านการควบคุมการเข้าถึงและการจัดเก็บบันทึกการเชื่อมต่อ
คณะกรรมการตรวจสอบของสภาวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Research Council of Science and Technology) ดำเนินการตรวจสอบพิเศษในปี 2024 และแจ้งความนายเอต่อตำรวจ พร้อมสั่งให้สถาบันวิจัยอาหารเกาหลีลงโทษไล่ออกซึ่งเป็นบทลงโทษขั้นรุนแรง และเรียกคืนความเสียหาย
คณะกรรมการวินัยของสถาบันมีมติไล่ออกนายเอ และคำร้องขอพิจารณาใหม่ของเขาก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน
หลังจากนั้นนายเอยื่นคำร้องขอความคุ้มครองต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำท้องถิ่นแต่ไม่ได้รับการยอมรับ เมื่อคำร้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติถูกปฏิเสธอีกครั้ง เขาจึงยื่นฟ้องคดีปกครองเพื่อขอเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว
ศาลระบุว่า “การเลิกจ้างในคดีนี้ไม่ถือว่าขาดความเหมาะสมอย่างชัดเจนตามมาตรฐานทางสังคมทั่วไป จนถือได้ว่าใช้ดุลพินิจเกินขอบเขตหรือในทางที่ผิด” การที่นายเอใช้สถานที่และงบประมาณของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ประกอบกับการใช้โปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาตและการปลอมแปลงเอกสาร ล้วนเป็นเหตุผลที่ศาลใช้ยืนยันความชอบธรรมของการไล่ออก
ประเด็นสำคัญของคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขุดได้ แต่อยู่ที่การนำสถานที่ อุปกรณ์ งบประมาณ และสิทธิ์การเข้าถึงระบบภายในของหน่วยงานรัฐไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลวิจัยที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการขุดด้วย
นายเอยังถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาลักทรัพย์ ฝ่าฝืนกฎหมายเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร และปลอมแปลงเอกสารส่วนบุคคล ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 1 ปี และมีรายงานว่าโทษดังกล่าวมีผลสิ้นสุดหลังศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีเสร็จสิ้นเมื่อเดือนเมษายนปีนี้
แหล่งข่าวอ้างอิง: Yonhap, Donga Ilbo, Pressian
ความคิดเห็น 0