จีนนำเข้าน้ำมันดิบเดือนกรกฎาคมเฉลี่ยวันละ 8.41 ล้านบาร์เรล ลดลง 24.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางปัญหาด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง โดยเชื่อว่าจีนดึงน้ำมันสำรองมาใช้เพื่อปรับสมดุลปริมาณนำเข้า
เมื่อวันที่ 11 รอยเตอร์(Reuters) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมศุลกากรจีน(China General Administration of Customs) ว่า ยอดนำเข้าน้ำมันดิบเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนที่อยู่ที่วันละ 7.12 ล้านบาร์เรล แต่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนยังคงลดลงต่อเนื่อง
ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม จีนนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยวันละ 7.78 ล้านบาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 เดือนก่อนสงครามอิหร่านที่วันละ 11.99 ล้านบาร์เรล อยู่ราว 4.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ตัวเลขที่ลดลงนี้ใกล้เคียงกับปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงของทั้งภูมิภาคเอเชียในช่วงเดียวกัน สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงปริมาณจัดหาของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ดูดซับแรงกระแทกด้านอุปทานของตลาดเอเชียไว้เป็นส่วนใหญ่
การนำเข้าที่ลดลงของจีนเกิดขึ้นพร้อมกับปัญหาด้านอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง หลังสงครามอิหร่านทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ(Strait of Hormuz) สะดุด ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันจากตะวันออกกลางลดลงราววันละ 5 ล้านบาร์เรล
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งหลักที่นำน้ำมันจากตะวันออกกลางไปยังเอเชียและภูมิภาคอื่น เมื่อการขนส่งไม่ราบรื่น โรงกลั่นน้ำมันจึงต้องดึงคลังสำรองมาใช้หรือหาแหล่งน้ำมันทดแทนนอกตะวันออกกลาง
การนำเข้าที่ลดลงในเดือนมิถุนายนมีขนาดมากกว่า โดยจีนนำเข้าน้ำมันดิบรวม 29.27 ล้านตัน หรือเฉลี่ยวันละ 7.12 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 และลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนถึง 41.3%
ออยล์เค็ม(Oilchem) บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานของจีน ระบุว่าอัตราการเดินเครื่องของโรงกลั่นน้ำมันจีนในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 57.72% ซึ่งลดลงสอดคล้องกับปริมาณนำเข้าที่ลดลงเช่นกัน
ปัจจัยที่ทำให้จีนลดปริมาณนำเข้าได้คือคลังน้ำมันสำรองที่มีอยู่ โดยนักวิเคราะห์ที่รอยเตอร์อ้างอิงประเมินว่าจีนมีน้ำมันสำรองอยู่อย่างน้อย 1.2 พันล้านบาร์เรล
น้ำมันสำรองทำหน้าที่เป็นกันชนเติมเต็มช่องว่างเมื่อปริมาณนำเข้าลดลง แต่หากใช้คลังสำรองต่อเนื่อง จีนอาจต้องเพิ่มปริมาณนำเข้าในภายหลังเพื่อเติมคลังให้กลับมาเท่าเดิม ซึ่งจังหวะและขนาดการจัดหาของจีนจะส่งผลต่อสมดุลอุปทานของเอเชียโดยรวม
สำหรับเดือนสิงหาคม มีการประเมินว่าปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางของจีนจะฟื้นตัวขึ้นบางส่วน โดยเคปเลอร์(Kpler) บริษัทข้อมูลด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ประเมินว่าจีนจะนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเฉลี่ยวันละ 2.71 ล้านบาร์เรลในเดือนสิงหาคม สูงกว่าเดือนกรกฎาคมที่ 2.43 ล้านบาร์เรล และเดือนมิถุนายนที่ 1.42 ล้านบาร์เรล
เคปเลอร์ประเมินปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบรวมของจีนในเดือนสิงหาคมไว้ที่วันละ 5.97 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูลรายเดือนครบถ้วนมากขึ้น
ขณะที่ลดปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบ จีนกลับขยายโควตาส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในเดือนสิงหาคมเป็น 2.7 ล้านตัน ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์(TokenPost) รายงานว่าโควตาเดือนสิงหาคมสูงกว่าโควตาเดือนกรกฎาคมที่ 800,000 ตันกว่า 3 เท่า การพิจารณาทั้งปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบและการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไปพร้อมกันจะช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานของตลาดกลั่นน้ำมันจีนได้ชัดเจนขึ้น
การเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานน้ำมันดิบอาจส่งผลทางอ้อมต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ผ่านราคาสินค้า ต้นทุนขนส่ง และทิศทางเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์รายงานว่ายากที่จะตัดสินทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC) จากเพียงการลดลงของน้ำมันสำรองเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลนำเข้าเดือนกันยายนจะเป็นตัวชี้วัดต่อไปว่าจีนยังคงใช้น้ำมันสำรองต่อเนื่องหรือไม่ หรือหันไปเพิ่มการจัดหาน้ำมันจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง ส่วนยอดนำเข้ารวมเดือนสิงหาคมจะชัดเจนขึ้นหลังการรวบรวมข้อมูลทั้งเดือนเสร็จสิ้น
ความคิดเห็น 0