สำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service: FSS) เริ่มดำเนินการปรับปรุงระบบคืนเงินผู้เสียหายจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (voice phishing) ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยงบประมาณราว 119 ล้านวอนเกาหลีใต้ ก่อนกฎหมายคืนเงินผู้เสียหายฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้ โดยการปรับระบบครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินการ 3 เดือน
Cryptopolitan รายงานว่า FSS กำลังปรับโครงสร้างระบบเดิมใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถคำนวณสินทรัพย์คืนผู้เสียหายโดยอ้างอิงประเภทและจำนวนของสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันรองรับกรณีที่เงินสดและสินทรัพย์ดิจิทัลปะปนกันในหลายบัญชี
การปรับปรุงครั้งนี้เป็นมาตรการรองรับการแก้ไข 'กฎหมายพิเศษว่าด้วยการป้องกันความเสียหายจากการหลอกลวงทางการเงินผ่านระบบโทรคมนาคมและการคืนเงินผู้เสียหาย' ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้
คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission: FSC) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขกฎกระทรวงตามกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม โดยร่างกฎกระทรวงที่เปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวขยายขอบเขตสินทรัพย์ที่สามารถขอรับการเยียวยาจากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะเงินสด ให้รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย
ที่ผ่านมา หากผู้ก่อเหตุขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลของเหยื่อโดยตรง หรือแปลงเงินสดที่หลอกลวงมาได้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล กระบวนการคืนเงินแบบเดิมแทบไม่สามารถนำมาใช้ได้ กฎหมายฉบับแก้ไขจึงดึงศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาอยู่ในระบบป้องกันความเสียหายและคืนเงินผู้เสียหาย เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว
หน่วยของการคืนเงินจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบของสินทรัพย์ โดยเงินสดจะคืนตามจำนวนเงิน ส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลจะคืนตามประเภทและจำนวนหน่วย
ในกรณีที่รูปแบบสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปกับสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ในบัญชีหรือบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงมีความแตกต่างกัน จะยึดรูปแบบสินทรัพย์ ณ เวลาที่ระงับการจ่ายเงินเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ หากเงินสดที่ถูกขโมยไปถูกแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนถูกระงับการจ่ายเงิน กระบวนการคืนเงินจะดำเนินการโดยยึดสินทรัพย์ดิจิทัลที่เหลืออยู่เป็นหลัก
ในกรณีที่เงินสดและสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้เสียหายหลายรายปะปนกันอยู่ เงินสดจะประเมินมูลค่าตามจำนวนเงินนั้น ๆ ส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลจะแปลงเป็นมูลค่าตามราคาตลาด ณ เวลาที่ระงับการจ่ายเงิน เพื่อกำหนดสินทรัพย์คืนผู้เสียหาย
ด้วยเหตุนี้ เกณฑ์การประเมินมูลค่าจึงยึดตามราคา ณ เวลาที่บัญชีหรือบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับคดีถูกระงับ ไม่ใช่ราคา ณ เวลาที่มีการคืนเงิน โดยระบบที่ FSS ปรับปรุงใหม่ก็ออกแบบมาให้ประมวลผลทั้งจำนวนสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทและมูลค่าเป็นเงินวอนเกาหลี ณ เวลาที่ระงับการจ่ายเงินไปพร้อมกัน
FSS จะกำหนดตัวผู้มีสิทธิได้รับสินทรัพย์คืนและจำนวนเงินที่จะจ่าย ภายใน 14 วันนับจากวันที่สิทธิเรียกร้องสิ้นสุดลง จากนั้นจะแจ้งไปยังผู้เสียหายและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยสถาบันการเงินและศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับแจ้งจะต้องจ่ายสินทรัพย์คืนผู้เสียหายโดยไม่ชักช้า
ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องมีหน้าที่ป้องกันความเสียหายในระดับเดียวกับสถาบันการเงิน โดยศูนย์ซื้อขายอย่างอัพบิต (Upbit) และบิธัมบ์ (Bithumb) ต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์การทำธุรกรรม เฝ้าระวังการหมุนเวียนของเงินทุนที่น่าสงสัยอย่างต่อเนื่อง ระงับบัญชีที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม และให้การสนับสนุนกระบวนการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย
สำหรับผู้เสียหายที่ไม่มีประสบการณ์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่มีบัญชีที่ศูนย์ซื้อขาย จะมีกระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดรองรับไว้ด้วย โดยหน่วยงานที่ FSC แต่งตั้งให้ทำหน้าที่สนับสนุนการขาย จะเป็นผู้ขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์คืนเงินแล้วจ่ายเป็นเงินสดให้ผู้เสียหายแทน
อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับการชดเชยโดยอัตโนมัติทุกกรณี เหยื่อจะต้องเข้าข่ายการฉ้อโกงทางการเงินผ่านระบบโทรคมนาคมตามที่กฎหมายกำหนด และต้องมีสินทรัพย์เหลืออยู่ในบัญชีหรือบัญชีผู้ใช้ที่ถูกระงับการจ่ายเงิน จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการคืนเงินได้
FSS เดินหน้าปรับปรุงระบบชดเชยความเสียหายโดยตั้งเป้าให้พร้อมใช้งานภายในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่ร่างกฎกระทรวงจะเปิดรับฟังความคิดเห็นไปจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการปฏิรูปกฎระเบียบ การลงมติของ FSC การตรวจสอบของกระทรวงกฎหมาย และการลงมติของที่ประชุมรองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ก่อนจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ความคิดเห็น 0