หุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ ($000660) ร่วงลง 15% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงมากกว่าดัชนีคอสปี้ (KOSPI) และหุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) โดยปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงว่าอยู่เบื้องหลังการร่วงลงครั้งนี้ ได้แก่ ความกังวลเรื่องการลดราคาชิปหน่วยความจำบนแบนด์วิดท์สูง (HBM) แผนลงทุนขยายกำลังการผลิตมูลค่า 54 ล้านล้านวอน และความไม่ชัดเจนด้านกำหนดเวลาคืนผลกำไรให้ผู้ถือหุ้น
เจพีมอร์แกน ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) ว่าหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ ปรับตัวย่ำแย่กว่าดัชนีคอสปี้ที่ลดลง 5% และหุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ที่ลดลง 9% พร้อมระบุว่ารายงานบางส่วนที่ระบุว่าบริษัทจะลดราคา HBM ลงครึ่งหนึ่งนั้นไม่ถูกต้อง และประเมินว่าความกังวลของตลาดในประเด็นนี้เกินจริงไปมาก
HBM คือหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่นำชิป D램หลายตัวมาวางซ้อนกันในแนวตั้งเพื่อส่งผ่านข้อมูลปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งประสิทธิภาพการประมวลผลของชิปเร่งความเร็ว AI สูงขึ้นเท่าใด ความเร็วในการประมวลผลและความสามารถในการผลิตหน่วยความจำก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ HBM เชื่อมโยงใกล้ชิดกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยตรง
เจพีมอร์แกนระบุในรายงานฉบับเดียวกันว่า แผนลงทุนขยายกำลังการผลิตมูลค่า 54 ล้านล้านวอนไม่ใช่การเร่งขยายกำลังผลิตในระยะสั้น แต่เป็นแผนระยะกลางถึงยาวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเป้าหมายกำลังการผลิตเวเฟอร์ 1 ล้านแผ่นต่อเดือนภายในปี 2030 พร้อมคาดการณ์ว่าแผนคืนผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นชุดใหม่ของบริษัทจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปลายเดือนกันยายนนี้
อย่างไรก็ตาม ราคาชิป HBM การดำเนินการลงทุนขยายกำลังการผลิต และกำหนดเวลาคืนผลกำไรให้ผู้ถือหุ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบริษัทและการเปิดเผยข้อมูลในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0