Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

รายได้ครึ่งปีแรกโต 9.30% ซินเซียงเวย(688593) รุกชิปจอ AI

บริษัทซินเซียงเวย(New Vision Microelectronics, 688593) ผู้ผลิตชิปขับจอแสดงผลจากจีน รายงานว่ารายได้และกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นพร้อมกัน แม้กำไรที่ไม่รวมรายการพิเศษจะลดลงจากการลงทุนวิจัยพัฒนาต่อเนื่องและผลขาดทุนจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย

ซินเซียงเวยเปิดเผยในรายงานผลประกอบการครึ่งปี 2569ว่า รายได้จากการดำเนินงานเดือนมกราคมถึงมิถุนายนอยู่ที่ 312,028,018.27 หยวน เพิ่มขึ้น 9.30% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 5,887,139.31 หยวน เพิ่มขึ้น 8.07% ด้านกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 64,618,418.96 หยวน เพิ่มขึ้นถึง 94.93%

ตัวเลขกำไรกลับสวนทางกันในบางส่วน กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ (non-recurring) อยู่ที่ 1,947,134.86 หยวน ลดลง 55.14% บริษัทระบุว่าสาเหตุมาจากการลงทุนวิจัยและพัฒนาที่ต่อเนื่อง รวมถึงผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่บันทึกตามวิธีส่วนได้เสีย โดยค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 37,806,929.07 หยวน เพิ่มขึ้น 3.05% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 12.12% ของรายได้รวม

ธุรกิจหลักของซินเซียงเวยคือชิปขับจอแสดงผล บริษัทดำเนินธุรกิจแบบฟาบเลส (fabless) คือวิจัย ออกแบบ และจำหน่ายชิปจอโดยไม่มีโรงงานผลิตเอง กลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบคลุมชิป TFT-LCD, AMOLED, ชิปสัมผัส (touch chip), ชิปควบคุมจังหวะเวลา (TCON), ชิปจัดการพลังงานสำหรับจอแสดงผล และชิป MicroLED ซึ่งนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จอแสดงผลในยานยนต์ ทีวี และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์

จุดที่บริษัทให้น้ำหนักคือการพัฒนาชิปจอระดับสูงให้ผลิตได้เองในประเทศ และการขยายไปสู่การใช้งานรูปแบบใหม่ ชิปขับจอ AMOLED สำหรับอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะและสมาร์ทโฟนเริ่มมีการส่งมอบแล้ว ส่วนผลิตภัณฑ์ MicroLED ถูกนำไปใช้ในกลุ่มแว่นตา AR โดยชิป MicroLED ของบริษัทผลิตบนเวเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว ความละเอียด 720x480 พิกเซล ขนาดพาเนล 0.13 นิ้ว ซึ่งบริษัทระบุจุดเด่นว่ามีความหนาแน่นสูง ใช้พลังงานต่ำ และมีเสถียรภาพ

ส่วนที่เชื่อมโยงกับ AI คือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสัญญาณแสงด้วย MicroLED ซินเซียงเวยระบุว่ากำลังร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว พร้อมสะสมองค์ความรู้เพื่อรองรับสถานการณ์การประมวลผล AI และศูนย์ข้อมูลในอนาคต ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพยายามขยายเทคโนโลยีจอแสดงผลจากหน้าจออุปกรณ์ผู้บริโภคทั่วไป ไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI และการส่งผ่านข้อมูล

บริษัทยังระบุปัจจัยเสี่ยงไว้ด้วย เนื่องจากธุรกิจออกแบบชิปขับจอเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้น การรักษาบุคลากรหลักจึงมีความสำคัญ นอกจากนี้ ความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้กำลังการผลิตบางกระบวนการของโรงหล่อชิป (foundry) รายใหญ่ทั่วโลกถูกโยกไปรองรับชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้อุปทานกระบวนการผลิตเฉพาะที่จำเป็นสำหรับชิปจอแสดงผลตึงตัว และหากเกิดขึ้นจริง ราคารับจ้างผลิตที่สูงขึ้นและระยะเวลาส่งมอบที่ยืดออกอาจส่งผลต่อทั้งต้นทุนและความเสถียรของการผลิตจำนวนมาก

ผลประกอบการครึ่งปีแรกของซินเซียงเวยแสดงให้เห็นทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้นและกระแสเงินสดที่ดีขึ้น แต่ก็เผยให้เห็นภาระด้านวิจัยพัฒนาและตัวแปรด้านห่วงโซ่อุปทานไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ทางธุรกิจของกลยุทธ์ 'AI+จอแสดงผล' ที่บริษัทวางไว้ จะได้รับการยืนยันต่อไปจากความคืบหน้าของการส่งมอบชิป AMOLED ที่ขยายตัว การนำ MicroLED ไปใช้ในอุปกรณ์ AR และการพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสัญญาณแสงด้วย MicroLED ในระยะถัดไป ตามรายละเอียดที่ปรากฏในสรุปรายงานผลประกอบการครึ่งปี 2569ของบริษัท

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1