การซื้อขาย 'อนุพันธ์' ของดอกวิฟแฮต(WIF) พุ่งแตะระดับ 200 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นตัวชี้วัดอุปสงค์-อุปทานระยะสั้นของกลุ่มมีมคอยน์ที่ตลาดจับตา แม้ราคาจะยังทรงตัวแถว 0.20 ดอลลาร์ แต่ทั้งปริมาณการซื้อขายและ 'ยอดคงค้างสัญญา' (Open Interest) ที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันทำให้เกิดคำถามว่าแนวโน้มการดีดตัวที่ผ่านมาจะไปต่อได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลของคอยน์กลาส(CoinGlass) ราคา WIF อยู่ที่ 0.2026 ดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายฟิวเจอร์สใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 225.09 ล้านดอลลาร์ ปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตอยู่ที่ 30.39 ล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 203.98 ล้านดอลลาร์ และยอดคงค้างสัญญาอยู่ที่ 93.06 ล้านดอลลาร์
ปริมาณการซื้อขายฝั่งอนุพันธ์สูงกว่าปริมาณการซื้อขายสปอตในช่วงเวลาเดียวกันอย่างชัดเจน เมื่อฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวเร็วกว่าสปอต จึงสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงของฝั่ง 'เลเวอเรจ' เกิดขึ้นก่อนทิศทางราคาที่ชัดเจนในระยะสั้น
AMBCrypto รายงานว่าปริมาณการซื้อขาย 'สัญญาฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุ' (Perpetual Futures) ของ WIF ทะลุ 190 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 128% โดยใน 10 อันดับตลาดซื้อขายชั้นนำ มีถึง 7 แห่งที่ปริมาณคำสั่งซื้อมากกว่าคำสั่งขาย ส่วนยอดคงค้างสัญญาบนไบแนนซ์(Binance) และไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) อยู่ที่ 16.3 ล้านดอลลาร์ และ 15.44 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขบนหน้าแสดงราคาสาธารณะมักแตกต่างกันไปตามเวลาที่บันทึกข้อมูล ตัวเลข 190 ล้านดอลลาร์ของ AMBCrypto และ 225.09 ล้านดอลลาร์ของคอยน์กลาสจึงควรมองเป็นภาพรวมตลาดคนละช่วงเวลามากกว่าจะนำมาเทียบกันโดยตรง
มูลค่าการซื้อขายเคลื่อนไหวนำหน้าราคา ข้อมูลย้อนหลังของคอยน์เกกโก(CoinGecko) แสดงให้เห็นว่าปริมาณการซื้อขาย WIF เพิ่มจาก 55.81 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เป็น 100.26 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 22 และ 107.10 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 23
ขณะที่ราคาปิดในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 0.201270 ดอลลาร์ (วันที่ 21), 0.195738 ดอลลาร์ (วันที่ 22) และ 0.201609 ดอลลาร์ (วันที่ 23) กล่าวคือ ระหว่างที่ราคาแกว่งตัวอยู่แถว 0.20 ดอลลาร์ มูลค่าการซื้อขายกลับขยายตัวขึ้นก่อน
WIF ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 'มีมคอยน์' บนเครือข่ายโซลานา(SOL) ซึ่งโดยทั่วไปมีมคอยน์มักเคลื่อนไหวไวต่อความสนใจของชุมชน สภาพคล่องบนตลาดซื้อขาย และการเปลี่ยนแปลงของสถานะอนุพันธ์ มากกว่ากระแสเงินสดหรือผลประกอบการ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็นการหมุนเวียนเงินทุนในกลุ่มมีมคอยน์ผสมกับการกระจุกตัวของฝั่งอนุพันธ์ มากกว่าจะมาจากข่าวโครงการใหม่หรือข่าวการจดทะเบียนเข้าตลาด ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานถึงปริมาณการซื้อขายรายวันที่ลดลงในตลาดสปอต 44 แห่ง ควบคู่กับสัดส่วนอนุพันธ์ที่ขยายตัวขึ้น
ด้านตัวชี้วัดทางเทคนิคยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน คอยน์ลอร์(CoinLore) แสดงค่าดัชนี 'RSI' รายวันของ WIF ณ วันที่ 25 อยู่ที่ 79.67 และให้เรตติ้งโดยรวมเป็น 'ขาย' โดยทั่วไป RSI ที่สูงกว่า 70 มักถูกจัดว่าอยู่ในโซนซื้อมากเกินไปในระยะสั้น
ในทางกลับกัน RSI รายสัปดาห์บนหน้าเดียวกันอยู่ที่ 48.19 ซึ่งใกล้เคียงโซนกลาง ขณะที่เรตติ้งโดยรวมแบบรายชั่วโมงกลับแสดงผลเป็น 'ซื้อ' สะท้อนว่าสินทรัพย์ตัวเดียวกันสามารถแสดงสัญญาณซื้อมากเกินไป โซนกลาง และการดีดตัวระยะสั้นพร้อมกันได้ ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่ใช้วิเคราะห์
AMBCrypto วิเคราะห์กราฟและระบุโซน 0.25-0.26 ดอลลาร์ไว้ โดยมีเงื่อนไขว่าราคาต้องทะลุ 'โซนแนวต้าน' ด้านบนก่อน ทั้งนี้ในบทความเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม AMBCrypto เคยรายงานว่า WIF ปรับขึ้นมากกว่า 16% ในวันเดียว ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 67% ทะลุ 86 ล้านดอลลาร์ และ RSI ขยับเข้าสู่ระดับ 73
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าในระยะสั้น WIF ตอบสนองต่อการขยายตัวของปริมาณผู้เข้าร่วมซื้อขายไวกว่าตัวราคาเอง อย่างไรก็ตาม โซน 0.25-0.26 ดอลลาร์ยังไม่ใช่ราคาที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเพียงโซนวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีเงื่อนไขว่าต้องทะลุโซนแนวต้านก่อน
ตัวชี้วัดจากฝั่งชุมชนก็มีส่วนขยายกระแสการพูดถึงภาวะซื้อมากเกินไปเช่นกัน สต็อกทวิตส์(Stocktwits) รายงานราคา WIF ณ วันที่ 25 อยู่ที่ 0.2228 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวม 227.44 ล้านดอลลาร์ และปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 91.78 ล้านดอลลาร์ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเชิงบวกอยู่ที่ 60
หน้าติดตามบัญชี X สาธารณะแสดงจำนวนผู้ติดตามบัญชี dogwifcoin อยู่ที่ 151,000 คน ความสนใจจากชุมชนยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ยังยากที่จะสรุปจากตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวว่าปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจะดำเนินต่อไปได้นานแค่ไหน
ใจความสำคัญของความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจะรักษาระดับไว้ได้นานเพียงใด ทั้งข้อมูลจากคอยน์กลาสและสต็อกทวิตส์ต่างแสดงให้เห็นตรงกันว่า WIF ยังเป็นสินทรัพย์ในช่วงราคา 0.20 ดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์ ยอดคงค้างสัญญา และค่า RSI ในแต่ละกรอบเวลา ยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะบอกลักษณะที่แท้จริงของอุปสงค์-อุปทานระยะสั้นนี้ต่อไป
ความคิดเห็น 0