หุ้นเอ็นวิเดีย($NVDA) ร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2027 โดยราคาหุ้นปรับตัวลงประมาณ 7% จากจุดสูงสุดล่าสุด และร่วงแรงกว่าดัชนีแนสแด็ก(Nasdaq) ในช่วงเวลาเดียวกัน
สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่ากราฟราคาหุ้นเอ็นวิเดียเริ่มส่งสัญญาณเตือนก่อนการประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้ เอ็นวิเดียมีกำหนดจัดการประชุมทางโทรศัพท์ (conference call) แถลงผลประกอบการในเวลาสหรัฐฯ (แปซิฟิก) วันที่ 26 เวลา 14.00 น. ซึ่งตรงกับเวลาไทยราว 04.00 น. ของวันที่ 27
การประกาศครั้งนี้ครอบคลุมผลประกอบการของไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 26 กรกฎาคม โดยเอ็นวิเดียจะเผยแพร่บทวิเคราะห์จากประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ทันทีหลังประกาศผลประกอบการ ก่อนเข้าสู่ช่วงถาม-ตอบกับนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน
ในเชิงกราฟเทคนิค จุดสังเกตแรกอยู่ที่ระดับราคาประมาณ 207 ดอลลาร์ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของ CNBC ระบุว่าจุดนี้ทับซ้อนกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day moving average)
ต่ำลงมาอีกคือแนวรับที่ระดับ 200 ดอลลาร์ และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day moving average) ซึ่งอยู่ที่ราว 195 ดอลลาร์
ด้านตัวชี้วัดโมเมนตัมก็ยังไม่ส่งสัญญาณการดีดตัวกลับที่ชัดเจน โดยเส้น MACD (Moving Average Convergence Divergence) ร่วงลงต่ำกว่าเส้นสัญญาณ (signal line) ขณะที่ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) ยังทรงตัวอยู่ในระดับกลางแถว 40
การที่ RSI ยังไม่เข้าสู่โซน 'ขายมากเกินไป' (oversold) สะท้อนว่าแม้ราคาหุ้นจะอ่อนตัวลงในระยะสั้น แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณทางเทคนิคที่ชัดเจนว่าจะเกิดการดีดตัวกลับ หากดูจากกราฟเพียงอย่างเดียว ราคาหุ้นอ่อนแรงลงแล้วจริง แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าจะเกิดการรีบาวด์จากภาวะขายมากเกินไป
ภาพรวมตลาดก็จับตาผลประกอบการของเอ็นวิเดียอย่างใกล้ชิดเช่นกัน สำนักข่าว AP รายงานว่าท่ามกลางการอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นเอ็นวิเดียปรับตัวลง 2.3% ขณะที่นักลงทุนกำลังตั้งคำถามว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถแปลงเป็นผลกำไรที่แท้จริงได้หรือไม่
สำนักข่าว Reuters รายงานเช่นกันว่าผลประกอบการของเอ็นวิเดียถูกมองเป็นหนึ่งใน 'ปัจจัยกระตุ้น' (catalyst) สำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงนี้ เนื่องจากเอ็นวิเดียถูกจัดให้เป็นตัวแทนของอุปสงค์ชิป AI ทำให้การประกาศผลประกอบการครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงผลงานของบริษัทเดียว แต่ยังเป็นเครื่องวัดความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่โดยรวมด้วย
ประเด็นที่ตลาดจับตาจึงไม่ใช่แค่ทิศทางราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว เพราะผลประกอบการและคำแนะนำ (guidance) ของเอ็นวิเดียยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประเมินการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (data center) การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ตลาดเริ่มจับตาผลประกอบการของเอ็นวิเดียมากขึ้นก่อนถึงวันประกาศ หลังจากนั้นราคาหุ้นเอ็นวิเดียก็ร่วงต่อเนื่อง 5 วันทำการ และ 6 วันทำการตามลำดับ ก่อนที่ล่าสุดจะขยับมาเป็นการร่วงต่อเนื่อง 7 วันทำการ
CNBC มองว่าแรงกดดันทางการเมืองต่อการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ปัญหาคอขวดด้านชิปหน่วยความจำ (memory) และต้นทุนโทเคน (token) ที่ลดลง เป็นปัจจัยที่กดดันความเชื่อมั่นของหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จาก AI โดยรวม ยิ่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ขยายตัวมากเท่าไหร่ ปัญหาด้านพลังงาน อุปกรณ์ หน่วยความจำ และทำเลที่ตั้งศูนย์ข้อมูลก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น
ในทางกลับกัน MarketWatch รายงานว่า ซี.เจ. มิวส์(C.J. Muse) นักวิเคราะห์จากคันทอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์(Cantor Fitzgerald) ให้คำแนะนำ 'ซื้อ' (buy) หุ้นเอ็นวิเดีย พร้อมราคาเป้าหมายที่ 350 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ความเห็นนี้เป็นเพียงมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์รายหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่หลักประกันทิศทางราคาหุ้นที่แท้จริง
สำหรับนักลงทุนทั่วไป ผลประกอบการของเอ็นวิเดียถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญเช่นกัน เนื่องจากเอ็นวิเดียมีอิทธิพลอย่างมากต่อดัชนีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นในการลงทุนด้าน AI โดยรวม อีกทั้งยังมักถูกตีความควบคู่ไปกับความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (risk asset) ในภาพกว้างด้วย
ประเด็นที่ต้องติดตามในการประกาศผลประกอบการครั้งนี้ ได้แก่ ยอดขาย กำไร อุปสงค์ในศูนย์ข้อมูล และคำแนะนำผลประกอบการ (guidance) สำหรับไตรมาสถัดไป แม้กราฟเทคนิคจะชี้จุดสังเกตไว้ที่ระดับ 207 ดอลลาร์ และ 195 ดอลลาร์ แต่การประเมินทิศทางหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับคำชี้แจงของผู้บริหารและตัวเลขผลประกอบการจริงเป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0