บิตคอยน์(BTC) เข้าสู่ช่วงเดือนกันยายนซึ่งตามสถิติแล้วมักเป็นช่วงอ่อนตัวตามฤดูกาล ทำให้กระแสเงินไหลเข้าออกกองทุน ETF สปอตของสหรัฐฯ และดีมานด์ในตลาดสปอตกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ตลาดต้องจับตา
คริปโตเควนท์ (CryptoQuant) ทีมวิจัยระบุในโพสต์เมื่อวันที่ 28 ว่าเดือนกันยายนเป็นหนึ่งในเดือนที่อ่อนแอที่สุดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในเดือนกันยายนอยู่ที่ประมาณ -0.8% ขณะที่บิตคอยน์(BTC) เองก็เคยปิดเดือนกันยายนติดลบต่อเนื่องถึง 6 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2017 ถึงปี 2022
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพราะบิตคอยน์(BTC) ปิดเดือนกันยายนเป็นบวกติดต่อกัน 3 ปีซ้อนในปี 2023, 2024 และ 2025 ซึ่งสะท้อนว่าสถิติความอ่อนแอในเดือนกันยายนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้อธิบายทิศทางราคาปีนี้ได้ทั้งหมด
ตัวแปรที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสำหรับปีนี้คือความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยทีมวิจัยของคริปโตเควนท์มองว่าความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 อาจทำให้ความผันผวนสูงขึ้นและกระตุ้นให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งในกรณีนี้บิตคอยน์(BTC) อาจเผชิญแรงกดดันไปพร้อมกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันก็มีการเสนอเงื่อนไขตรงข้ามไว้ด้วย โดยโพสต์เดียวกันระบุว่าหากกระแสเงินไหลเข้า ETF และดีมานด์บิตคอยน์(BTC) ในตลาดสปอตยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง รูปแบบความอ่อนแอตามฤดูกาลในเดือนกันยายนแบบเดิมก็อาจถูกทำลายลงอีกครั้ง ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงทิศทางราคา แต่เป็นเงื่อนไขที่ใช้ประเมินว่าแรงกดดันตามฤดูกาลจะลุกลามไปสู่การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจริงหรือไม่
คริปโตเควนท์ทีมวิจัยระบุในโพสต์เมื่อวันที่ 28 ว่าการประเมินทิศทางบิตคอยน์(BTC) ในเดือนกันยายนต้องพิจารณาทั้งกระแสเงินไหลเข้าออกกองทุน ETF สปอตของสหรัฐฯ และดีมานด์ในตลาดสปอตควบคู่กันไป
แนวทางนี้สะท้อนว่าไม่ควรตัดสินความเป็นฤดูกาลจากกระแสเงินไหลเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าดีมานด์ซื้อจริงในตลาดยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
ETF สปอตคือกองทุนที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) โดยตรงหรือมีโครงสร้างอ้างอิงราคาบิตคอยน์ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้นทั่วไป จึงเป็นช่องทางให้เม็ดเงินจากตลาดการเงินดั้งเดิมไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล กระแสเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF สะท้อนดีมานด์ทางอ้อม แต่ไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับฐานการซื้อขายจริงในตลาดสปอตเสมอไป
ดีมานด์ในตลาดสปอตยังคงเป็นตัวชี้วัดที่ต้องดูควบคู่ไปกับกระแสเงินไหลเข้า ETF โดยก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานการวิเคราะห์ที่ระบุว่าต้องพิจารณาแรงขายในตลาดสปอต ราคาบิตคอยน์ และดัชนี RSI รายสัปดาห์ไปพร้อมกัน ซึ่งหมายความว่ากระแสเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าดีมานด์กำลังฟื้นตัว ต้องตรวจสอบแยกต่างหากว่าฐานการซื้อขายจริงในตลาดสปอตยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
ข้อมูลออนเชนล่าสุดก็ถูกตีความในทิศทางเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานการวิเคราะห์ที่ระบุว่าการเปลี่ยนทิศทางของกระแสเงินกับการฟื้นตัวของดีมานด์อย่างแข็งแกร่งเป็นคนละเรื่องกันที่ต้องแยกพิจารณา
จุดสำคัญของการวิเคราะห์ครั้งนี้อยู่ที่ความต่อเนื่องของกระแสเงิน มากกว่าตัวสถิติความอ่อนแอในเดือนกันยายนเพียงอย่างเดียว หากการปรับฐานตามฤดูกาลลุกลามไปสู่การหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง บิตคอยน์(BTC) ก็อาจเผชิญแรงกดดัน แต่หากกระแสเงินไหลเข้า ETF และดีมานด์ในตลาดสปอตยังคงยืนได้ รูปแบบความอ่อนแอตามฤดูกาลในเดือนกันยายนก็อาจอ่อนแรงลงเหมือนที่เกิดขึ้นใน 3 ปีที่ผ่านมา
ความคิดเห็น 0