การหลอกลวงผ่านตู้เอทีเอ็มคริปโตในสหรัฐฯ สร้างความเสียหายรวม 388,981,267 ดอลลาร์ (ราว 14,000 ล้านบาท) ในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 58% ขณะที่จำนวนเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้น 23%
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 (เวลาท้องถิ่น) สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ผ่านศูนย์รับแจ้งอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (IC3) เปิดเผยข้อมูลการร้องเรียนเกี่ยวกับตู้เอทีเอ็มคริปโตแยกตามรัฐ ระบุว่าในปี 2025 มีการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับตู้เอทีเอ็มคริปโตทั้งสิ้น 13,460 เรื่อง โดยผู้เสียหายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด และมูลค่าความเสียหายของกลุ่มนี้สูงกว่า 302,000,000 ดอลลาร์ (ราว 10,900 ล้านบาท)
คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ระบุในประกาศเตือนผู้บริโภคว่า กลุ่มมิจฉาชีพเรียกให้เหยื่อโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มคริปโต บัตรของขวัญ แอปพลิเคชันที่ไม่คุ้นเคย หรือส่งผ่านพนักงานส่งของ พร้อมย้ำว่าหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย และบริษัทที่น่าเชื่อถือ จะไม่มีวันสั่งให้โอนเงินผ่านช่องทางเหล่านี้
ตู้เอทีเอ็มคริปโตเป็นเครื่องที่แปลงเงินสดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วส่งเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลที่ระบุไว้ CFTC อธิบายว่ามิจฉาชีพมักให้เหยื่อถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารแล้วนำไปฝากเข้าที่อยู่กระเป๋าเงินหรือสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตนเองเตรียมไว้ การโอนลักษณะนี้มักเกิดขึ้นทันทีและแทบเรียกคืนไม่ได้
รูปแบบการหลอกล่อก็ขยายวงกว้างขึ้น โดย CFTC ระบุว่ามิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บริษัทด้านการลงทุน บริษัทสาธารณูปโภค หรือฝ่ายซัพพอร์ตด้านเทคนิค เพื่อสร้างความตื่นตระหนกให้เหยื่อเชื่อว่าบัญชีหรือข้อมูลส่วนตัวกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง จากนั้นจะขอไม่ให้แจ้งใครหรือสั่งให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมเครื่องระยะไกล ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรระวัง
ข้อมูลจาก FBI สะท้อนรูปแบบใกล้เคียงกัน โดยกรณีร้องเรียนทั่วไปพบว่าคนร้ายจะแนะนำขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่วิธีถอนเงินสด ตำแหน่งตู้เอทีเอ็มคริปโตที่ใกล้ที่สุด ไปจนถึงขั้นตอนการโอนเงินผ่านตู้ ทั้งนี้ FBI ระบุเพิ่มเติมว่า เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับตู้เอทีเอ็มคริปโตอาจมีช่องทางการทำธุรกรรมอื่นปะปนอยู่ด้วย จึงไม่อาจสรุปว่าความเสียหายทั้งหมดเกิดจากตู้เอทีเอ็มเพียงอย่างเดียว
เมื่อแยกตามรัฐ เท็กซัสมีมูลค่าความเสียหายสูงสุดที่ 56,802,197 ดอลลาร์ (ราว 2,045 ล้านบาท) ตามด้วยฟลอริดาที่ 32,765,444 ดอลลาร์ (ราว 1,180 ล้านบาท) ส่วนจำนวนเรื่องร้องเรียนมากที่สุดอยู่ที่ฟลอริดา 1,213 เรื่อง รองลงมาคือเท็กซัส 1,179 เรื่อง และแคลิฟอร์เนีย 978 เรื่อง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าความเสียหายจากตู้เอทีเอ็มคริปโตในเท็กซัสถูกบันทึกว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกรัฐ
ตัวเลขของ FBI เป็นสถิติที่อิงจากการร้องเรียนเท่านั้น จึงอาจแตกต่างจากความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น ความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับตู้เอทีเอ็มคริปโตยังคงเกิดซ้ำในรูปแบบเดิม คือการถอนเงินสด การโอนผ่านคิวอาร์โค้ด และการติดต่อแอบอ้างตัวตน
CFTC แนะนำว่าหากได้รับการติดต่อให้โอนเงิน ควรวางสายหรือหยุดการสนทนาออนไลน์ทันที แล้วตรวจสอบกับธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หน่วยงานรัฐ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรงผ่านหมายเลขโทรศัพท์หรือเว็บไซต์ทางการที่ยืนยันแล้วเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกซ้ำ ๆ ว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีตู้เอทีเอ็มคริปโต แต่อยู่ที่การป้องกันความเสียหายของผู้บริโภค
ความคิดเห็น 0