ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งสเตรทเทจี(Strategy, MSTR) ตอบโต้คลิปวิดีโอที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งดูเหมือนพุ่งเป้าไปที่ทอม ลี(Tom Lee) ผู้ร่วมก่อตั้งฟันด์สแตรท ด้วยคลิป AI อีกชุดหนึ่ง ฉากที่เริ่มต้นจากโพสต์แนวขำขันกลับกลายเป็นภาพสะท้อนการช่วงชิงเรื่องเล่าระหว่างตัวแทนของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH)
เซย์เลอร์โพสต์ข้อความบน X ว่า “Sorry, @fundstrat. There is no second best” พร้อมคลิปวิดีโอดังกล่าว ตามรายงานของ U.Today ในคลิป ตัวละคร AI ของเซย์เลอร์ยืนอยู่กลางไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก เรียกบิตคอยน์ว่าเป็น ‘apex property’ ‘perfected money’ และ ‘the best asset’ พร้อมย้ำข้อความว่า ‘ไม่มีที่สอง’ ซ้ำไปมา
โพสต์ครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อคลิป AI อีกคลิปที่แพร่กระจายก่อนหน้านี้ โดยโพสต์ต้นฉบับมาพร้อมข้อความ “Tom Lee finally watched Saylor’s AI Bitcoin series” และ U.Today รายงานว่าคลิปดังกล่าวมียอดชมทะลุ 500,000 ครั้ง ด้านลีตอบกลับโพสต์ของเซย์เลอร์ด้วยอิโมจิยิ้ม ราวกับรับมุกตลกนี้ไปเต็มๆ
ข้อความของเซย์เลอร์ไม่ใช่คำขวัญใหม่ สเตรทเทจีเคยเผยแพร่คอนเทนต์ทางการในชื่อ ‘Bitcoin: There Is No Second Best’ ที่เซย์เลอร์อธิบายตรรกะสนับสนุนบิตคอยน์มาก่อนแล้ว คลิป AI ล่าสุดจึงเป็นเหมือนการบีบอัดข้อความเดิมให้กลายเป็นมีมสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียล
ฝั่งลีเองก็ไม่ได้เป็นเพียงคู่กระเซ้าในมุกตลกเท่านั้น เขาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของบิทไมน์($BMNR) และอธิบายกลยุทธ์การสะสมอีเธอเรียมของบริษัทต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง บิทไมน์ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ว่า ณ เวลา 05.30 น. ตามเวลาไทย ของวันที่ 10 สิงหาคม บริษัทถืออีเธอเรียมอยู่ 5,805,238 ETH
บริษัทระบุว่าตัวเลขดังกล่าวคิดเป็น 4.8% ของอุปทานอีเธอเรียมทั้งหมด 120.7 ล้านเหรียญ ต่างจากข้อความของเซย์เลอร์ที่บีบอัดบิตคอยน์ให้เป็น ‘สินทรัพย์ที่ดีที่สุด’ เพียงคำเดียว ตรรกะของลีมักผูกโยงประโยชน์ใช้สอยของอีเธอเรียมเข้ากับความต้องการจากฝั่งสถาบันไปพร้อมกัน
การเข้าซื้ออีเธอเรียมของบิทไมน์ยังดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงช่วงหลัง โดยในเอกสารข่าวเมื่อวันที่ 24 บริษัทระบุว่าซื้อเพิ่มอีก 32,447 ETH ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 79 ล้านดอลลาร์ หากอ้างอิงราคาฐานที่บริษัทระบุไว้ที่ 2,440 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทั้งนี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานเรื่องการซื้ออีเธอเรียมเพิ่ม 32,447 ETH ของบิทไมน์มาก่อนแล้วเช่นกัน
The Block รายงานว่าลีอธิบายความต้องการอีเธอเรียมโดยเชื่อมโยงกับภาวะการเงินที่ผ่อนคลาย กระแสการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) ของวอลล์สตรีท และความเป็นไปได้ที่ AI Agent จะใช้งานบล็อกเชน ซึ่งแตกต่างจากวิธีที่เซย์เลอร์อธิบายบิตคอยน์แบบง่ายๆ ว่าเป็น ‘สินทรัพย์ที่ดีที่สุด’
การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนคือการนำสินทรัพย์การเงินดั้งเดิม เช่น หุ้นและพันธบัตร มาแสดงผลในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน และเนื่องจากอีเธอเรียมเป็นเครือข่ายที่รองรับสมาร์ทคอนแทรกต์ จึงมักถูกพูดถึงในประเด็นนี้อยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนและการใช้งานร่วมกับ AI ไม่ได้หมายความว่าราคาสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งจะปรับตัวสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
ศึกครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายหรือการเคลื่อนย้ายเงินทุนขนาดใหญ่ แต่เป็นกรณีของคลิป AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลที่แพร่กระจายพร้อมกับปฏิกิริยาตอบโต้กันไปมา จึงไม่ควรมองว่าเป็นปัจจัยที่อธิบายความเคลื่อนไหวของราคาตลาดโดยตรง
กระนั้น การที่บุคคลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละฝ่ายอย่างเซย์เลอร์และลีต่างตอบสนองต่อมีมเดียวกันนี้ ก็มีนัยสำคัญในตัวเอง มันสะท้อนว่าการแข่งขันระหว่างบิตคอยน์และอีเธอเรียมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตรรกะด้านเทคโนโลยีหรืออุปสงค์อุปทานเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงการช่วงชิงเรื่องเล่าบนโลกออนไลน์และการแพร่กระจายในชุมชนด้วย
ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานว่าคลิป AI ของเซย์เลอร์เคยก่อให้เกิดข้อถกเถียงแม้กระทั่งภายในชุมชนบิตคอยน์เอง ฉากล่าสุดนี้จึงเป็นเหมือนภาคต่อที่ตอกย้ำว่าคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์บุคคลในวงการคริปโตและเป็นสนามรบของการถกเถียงระหว่างสองค่าย
ความคิดเห็น 0