สไตรฟ์(Strive, ASST) เข้าซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มอีก 1,110 เหรียญระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม ส่งผลให้ยอดถือครองรวมเพิ่มขึ้นเป็น 21,356 BTC ท่ามกลางกลยุทธ์สำรองบิตคอยน์ที่ดำเนินต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจำนวนหุ้นที่ออกใหม่ก็เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ต้องจับตาทั้งยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงจากการเจือจางสัดส่วนผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน
สไตรฟ์ระบุในเอกสารแบบฟอร์ม 8-K ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ว่าบริษัทซื้อบิตคอยน์ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยราคาเฉลี่ยเหรียญละ 73,409 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่าซื้อรวมประมาณ 81.49 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.12 แสนล้านวอน) ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยที่รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้แล้ว
ตามเอกสารที่ยื่นต่อ SEC ยอดถือครองบิตคอยน์ของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 20,246 BTC เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เป็น 21,356 BTC ในวันที่ 21 สิงหาคม ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจาก 154.80 ล้านดอลลาร์ เป็น 171.90 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.364 แสนล้านวอน) ส่วนหุ้นบุริมสิทธิถาวรอัตราดอกเบี้ยลอยตัวซีรีส์เอของสแตรทิจี(Strategy) ที่สไตรฟ์ถืออยู่ยังคงเท่าเดิมที่ 505,000 หุ้น แต่มูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้นจาก 47.864 ล้านดอลลาร์ เป็น 48.571 ล้านดอลลาร์
เอกสารดังกล่าวยังเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นด้วย โดยหุ้นสามัญคลาสเอเพิ่มขึ้นจาก 76,244,588 หุ้น เป็น 79,898,888 หุ้น หรือเพิ่มขึ้น 3,646,300 หุ้น ส่วนหุ้นสามัญคลาสบีไม่มีการเปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 9,792,535 หุ้น ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิ SATA เพิ่มขึ้นจาก 7,829,502 หุ้น เป็น 8,270,815 หุ้น หรือเพิ่มขึ้น 441,313 หุ้น ทั้งนี้สไตรฟ์ระบุความเสี่ยงจากการเจือจางสัดส่วนผู้ถือหุ้นอันเป็นผลจากการออกหุ้นเพิ่มเติมไว้ในเอกสารด้วย
BitcoinTreasuries.NET เว็บไซต์ติดตามข้อมูลบิตคอยน์สำรองขององค์กร โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า ASST ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสไตรฟ์ เพิ่มยอดถือครองบิตคอยน์ 2,680 เหรียญในช่วง 5 วัน และเพิ่มขึ้น 100% ในรอบหนึ่งเดือน อย่างไรก็ตาม ยอดซื้อล่าสุดที่ยืนยันได้จากเอกสารที่ยื่นต่อ SEC อยู่ที่ 1,110 BTC ในช่วงวันที่ 17-21 สิงหาคมเท่านั้น และในขณะที่เขียนข่าวนี้ยังไม่พบเอกสารยื่นต่อ SEC ฉบับแยกที่อธิบายยอดเพิ่มขึ้น 2,680 เหรียญดังกล่าว
โพสต์ของ BitcoinTreasuries.NET บน X ระบุอัตราการเพิ่มขึ้นของ ASST ในรอบหนึ่งเดือนไว้ที่ 100% แต่ไม่ได้ให้สูตรคำนวณหรือราคาอ้างอิงที่ชัดเจน บทความนี้จึงเน้นสรุปข้อมูลจากเอกสารที่ยื่นต่อ SEC เป็นหลัก ทั้งจำนวนบิตคอยน์ที่ซื้อและการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นที่ออก
การยื่นเอกสารครั้งนี้เป็นอีกกรณีที่การซื้อบิตคอยน์ 1,110 เหรียญเกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่ใช้กลยุทธ์สำรองบิตคอยน์ ยอดถือครอง BTC รวมไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวที่สำคัญ เพราะจำนวนหุ้นที่ออกก็ส่งผลต่อดัชนีอ้างอิงต่อผู้ถือหุ้นเช่นกัน ผลกระทบของการซื้อบิตคอยน์ต่อมูลค่าต่อหุ้นและสัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามจากเอกสารและยอดถือครองในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0