เรน(Rain) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ ประกาศว่าได้อัปเกรดโปรแกรมที่ใช้สัญญาโซลานา(SOL) เวอร์ชันเก่าเรียบร้อยแล้ว หลังตรวจพบช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อโปรแกรมบางส่วน
เรนแถลงผ่านบัญชี X อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ว่า ระบบมอนิเตอร์ริ่งของบริษัทตรวจพบช่องโหว่ที่กระทบ 'โปรแกรมส่วนน้อย' ซึ่งยังใช้สัญญาโซลานาเวอร์ชันเก่าอยู่ ส่วนโปรแกรมอื่นไม่ได้รับผลกระทบ และสถานการณ์ดังกล่าวได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนทั้งประเด็นการบริหารจัดการเวอร์ชันของสัญญาออนเชนที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน และขั้นตอนการรับมือเหตุการณ์ไปพร้อมกัน หลังพบช่องโหว่ เรนเริ่มการตรวจสอบเพื่อยืนยันขอบเขตความเสียหาย และอัปเกรดโปรแกรมทั้งหมดที่ยังใช้สัญญาโซลานาเวอร์ชันเก่าเสร็จสิ้นแล้ว
เรนระบุว่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน 'นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล' จากภายนอกมาร่วมตรวจสอบ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ บริษัทยืนยันจะชดเชยเต็มจำนวน และขั้นตอนการชดเชยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
เรนเป็นบริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ ตามข้อมูลแนะนำเทคโนโลยีอย่างเป็นทางการของบริษัท ฟีเจอร์หลักประกอบด้วยการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์รวมถึงยูเอสดีคอยน์(USDC) การเคลียร์ริ่งผ่านวีซ่า(Visa) และการรองรับหลายเชน ก่อนหน้านี้โทเคนโพสต์เคยรายงานว่า เรนร่วมกับวีซ่า มาสเตอร์การ์ด(Mastercard) เซอร์เคิล(Circle) และมูลนิธิโซลานา(Solana Foundation) เปิดตัวพันธมิตรด้านการชำระเงินสำหรับ AI เอเจนต์
ช่องโหว่ครั้งนี้ถูกระบุว่าจำกัดอยู่เฉพาะโปรแกรมบางส่วนที่ยังใช้สัญญาโซลานาเวอร์ชันเก่า ไม่ได้กระทบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินทั้งหมดของเรน ทั้งนี้ เรนยังไม่เปิดเผยชื่อโปรแกรมที่ได้รับผลกระทบ ขนาดความเสียหาย สาเหตุทางเทคนิค และกำหนดเวลาที่จะชดเชยเสร็จสิ้น
ในเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเช่นนี้ นอกจากตัวช่องโหว่เองแล้ว ความเร็วในการรับมือหลังตรวจพบและการชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้ก็เป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้กัน เรนนำเสนอแนวทางทั้งการมอนิเตอร์ริ่ง การอัปเกรดระบบ การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์จากภายนอก ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล และนโยบายชดเชยเต็มจำนวนไปพร้อมกัน
ความคิดเห็น 0