Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

670,000 วอน เป้าหมายซัมซุงที่โนมูระคงไว้ พ่วงไฮนิกซ์ 4.7 ล้านวอน

ชิปหน่วยความจำและรายงานบนถาดตรวจสอบ / TokenPost.ai (mono)

โนมูระ(Nomura) คงเป้าหมายราคาหุ้นและคำแนะนำ 'ซื้อ' สำหรับซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) ท่ามกลางกระแสมองว่าตลาดหน่วยความจำใกล้ถึงจุดสูงสุด ขณะที่เคบี ซีเคียวริตี้ส์(KB Securities) ก็คงเป้าหมายราคาและคำแนะนำซื้อสำหรับซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน นักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์(AI) กำลังดันดีมานด์หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง(HBM) และดีแรม(DRAM) ขึ้น จนอุปทานอาจตึงตัวต่อเนื่อง

โนมูระระบุในรายงานเมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ว่าคงคำแนะนำ 'ซื้อ' สำหรับทั้งสองบริษัท พร้อมเสนอเป้าหมายราคาที่ 670,000 วอนสำหรับซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ และ 4.7 ล้านวอนสำหรับเอสเค ไฮนิกซ์ ฮันกุกกยองเจ(Hankyung) รายงานว่าโนมูระและเคบี ซีเคียวริตี้ส์คงมุมมองเดิมโดยอ้างอิงผลประกอบการ กระแสเงินสด และศักยภาพการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทหน่วยความจำ

โนมูระประเมินว่าราคาหุ้นทั้งสองบริษัทลดลงจากจุดสูงสุดประมาณ 37% ขณะที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น(PER) ที่คาดการณ์ปี 2027 อยู่ที่เฉลี่ยราว 3 เท่าเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่ต่างจากบางบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรับลดเป้าหมายราคาลงพร้อมชี้ว่าตลาดหน่วยความจำใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว

โนมูระวิเคราะห์ว่าตลาดหน่วยความจำมีดีมานด์แข็งแกร่งจากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ขณะที่ฝั่งอุปทานยังตามไม่ทัน โดยรายงานระบุว่าหากต้องการรองรับดีมานด์ กำลังผลิตหน่วยความจำทั่วโลกต้องเพิ่มขึ้นเป็น △ราว 7.2 ล้านแผ่นต่อเดือนภายใน 4 ปี △ราว 11 ล้านแผ่นต่อเดือนภายใน 6 ปี

การขยายกำลังผลิตของผู้ผลิตจีนถูกประเมินว่ายังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนสมดุลอุปสงค์-อุปทานโดยรวม โนมูระมองว่าภาวะอุปทานตึงตัวอาจต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028

การขยายตัวของสัญญาจัดหาระยะยาว(LTA) ถูกยกมาเป็นอีกหลักฐานที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดหน่วยความจำ ลูกค้ารายใหญ่ทำสัญญาระยะ 5 ปีเพื่อล็อกปริมาณสินค้า และบางสัญญามีเงื่อนไขเงินมัดจำล่วงหน้าและค่าปรับผิดสัญญาแนบมาด้วย

LTA คือสัญญาระยะยาวที่ลูกค้าทำกับผู้ผลิตเพื่อล็อกปริมาณสินค้าในช่วงเวลาหนึ่ง ในช่วงที่ราคาหน่วยความจำผันผวนสูง สัญญาลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ผลิตมองเห็นผลประกอบการล่วงหน้าได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้ลูกค้ามั่นใจเรื่องความมั่นคงของการจัดหาสินค้า

โนมูระมองว่าโครงสร้างสัญญาลักษณะนี้อาจช่วยเพิ่มเสถียรภาพผลประกอบการของผู้ผลิตหน่วยความจำ อาทิ ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ เอสเค ไฮนิกซ์ และไมครอน(Micron) อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงมุมมองการวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เงื่อนไขสัญญาจริงและระดับที่สะท้อนในผลประกอบการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท

อัตราแลกเปลี่ยนถูกหยิบยกเป็นแรงกดดันระยะสั้น โนมูระปรับลดประมาณการกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 ของเอสเค ไฮนิกซ์จาก 86 ล้านล้านวอน เหลือ 77 ล้านล้านวอน จากผลกระทบของเงินวอนที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่คาดการณ์กำไรของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ 107 ล้านล้านวอน

โนมูระอธิบายว่าบริษัทหน่วยความจำรับเงินค่าสินค้าเป็นดอลลาร์ แต่มีต้นทุนบางส่วนเป็นเงินวอน หากเงินวอนแข็งค่าขึ้น 10% กำไรจากการดำเนินงานอาจลดลงราว 12%

เคบี ซีเคียวริตี้ส์ก็คงคำแนะนำ 'ซื้อ' และเป้าหมายราคา 600,000 วอนสำหรับซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน คิม ดงวอน(Kim Dong-won) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของเคบี ซีเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า "หากสมมติให้เงินทุนคงเหลือสำหรับการคืนเงินผู้ถือหุ้นในช่วง 3 ปีล่าสุดอยู่ที่ 110 ล้านล้านวอน บริษัทจะสามารถจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดรวม 70 ล้านล้านวอน แบ่งเป็นไตรมาส 3 จำนวน 30 ล้านล้านวอน และไตรมาส 4 จำนวน 40 ล้านล้านวอน พร้อมซื้อหุ้นคืนเพื่อตัดจำหน่ายอีกราว 40 ล้านล้านวอนได้" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าเคบี ซีเคียวริตี้ส์มองศักยภาพการคืนเงินผู้ถือหุ้นของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ในแง่บวก

คิม ดงวอนระบุด้วยว่า หากเป็นไปตามเงื่อนไขการแยกเก็บภาษีเงินได้จากเงินปันผลและอัตราการจ่ายเงินปันผล 25% ตามที่กำหนด เงินปันผลเป็นเงินสดของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับรวม 70 ล้านล้านวอน พร้อมคาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในช่วงครึ่งปีหลังอาจสูงกว่า 4% ทั้งนี้เป็นมุมมองของเคบี ซีเคียวริตี้ส์ที่อ้างอิงเงื่อนไขข้างต้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว

ประเด็นการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นถูกนำมาพิจารณาควบคู่กับข้อถกเถียงเรื่องวัฏจักรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในการประเมินซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์มาโดยตลอด ทั้งนี้ เป้าหมายราคาและความเห็นด้านการลงทุนเป็นเพียงตัวชี้วัดการวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ไม่ใช่เครื่องยืนยันทิศทางราคาหุ้นจริงหรือการตัดสินใจลงทุน

คอขวดในห่วงโซ่อุปทาน HBM ก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนในประเทศจับตา ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงการวิเคราะห์ที่ระบุว่า HBM มูลค่าราว 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.8382 ล้านล้านวอน) ถูกส่งไปยังมาเลเซีย

แม้ดีมานด์ HBM จะเพิ่มขึ้น แต่หากการผลิตขั้นต้น(front-end)และการแพ็กเกจจิ้งขั้นปลาย(back-end) ตามไม่ทัน ความเร็วในการคลี่คลายภาวะอุปทานตึงตัวก็อาจถูกจำกัดไว้ ทั้งนี้ การวิเคราะห์ข้างต้นเป็นความเห็นของบริษัทหลักทรัพย์เกี่ยวกับเป้าหมายราคาของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ รวมถึงแนวโน้มอุปสงค์-อุปทานหน่วยความจำ ไม่ใช่เครื่องยืนยันทิศทางราคาหุ้นจริงหรือการตัดสินใจลงทุนแต่อย่างใด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1