ยอดสัญญาคงค้าง (Open Interest) ของฟิวเจอร์สบิตคอยน์(BTC) เพิ่มขึ้นเป็น 22,216 สัญญา ณ วันที่ 25 สิงหาคม แต่ทิศทางการเดิมพันของนักลงทุนกลุ่มหลักกลับอ่อนแรงลงพร้อมกัน โดยทั้ง 'สถานะซื้อสุทธิ' ของกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (Non-Commercial) และ 'สถานะขายสุทธิ' ของกลุ่มนักลงทุนเชิงพาณิชย์ (Commercial) ต่างปรับตัวลดลงพร้อมกัน
คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ(CFTC) รายงานว่า ยอดสัญญาคงค้างของฟิวเจอร์สบิตคอยน์มาตรฐานในตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก(CME) เพิ่มขึ้น 456 สัญญาจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดย CFTC เผยแพร่ตัวเลขนี้ในรายงาน COT เมื่อเวลา 02.30 น. ตามเวลาไทย ของวันที่ 5 กันยายน (ตรงกับ 04.30 น. ตามเวลาเกาหลี)
สถานะของกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ประกอบด้วยฝั่งซื้อ (Long) 16,582 สัญญา และฝั่งขาย (Short) 14,633 สัญญา ฝั่งซื้อมากกว่าฝั่งขายอยู่ 1,949 สัญญา แต่ขนาด 'ซื้อสุทธิ' กลับลดลง 787 สัญญาเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
ส่วนสถานะของกลุ่มนักลงทุนเชิงพาณิชย์อยู่ที่ฝั่งซื้อ 380 สัญญา และฝั่งขาย 2,170 สัญญา ทำให้ 'ขายสุทธิ' อยู่ที่ 1,790 สัญญา ลดลง 658 สัญญาจากสัปดาห์ก่อนหน้า
กล่าวได้ว่าทั้ง 'ซื้อสุทธิ' ของกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ซึ่งมีลักษณะเก็งกำไรสูง และ 'ขายสุทธิ' ของกลุ่มเชิงพาณิชย์ซึ่งมีลักษณะป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ต่างลดลงพร้อมกัน หากดูจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว สัปดาห์นี้ดูเหมือนเป็นช่วงของการลดขนาดสถานะและจัดวางใหม่ มากกว่าการเดิมพันไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน
COT คือสถิติรายสัปดาห์ที่แสดงสถานะของกลุ่มนักลงทุนที่ต้องรายงานต่อตลาดฟิวเจอร์ส โดยปกติ CFTC จะเผยแพร่ข้อมูล ณ ราคาปิดตลาดของวันอังคาร ในทุกวันศุกร์ เวลา 15.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
ตัวเลขครั้งนี้เป็นภาพสถานะ ณ วันที่ 25 สิงหาคม จึงควรมองเป็นข้อมูลสถานะที่เผยแพร่ล่าช้า ไม่ใช่ข้อมูลที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงต้นเดือนกันยายนแบบเรียลไทม์
ตามข้อกำหนดสัญญาของ CME ฟิวเจอร์สบิตคอยน์มาตรฐาน 1 สัญญา เท่ากับ 5 BTC ดังนั้นยอดสัญญาคงค้าง 22,216 สัญญาในครั้งนี้ จึงเทียบเท่ากับ 111,080 BTC
การเพิ่มขึ้นของยอดสัญญาคงค้างสะท้อนว่ามีการเข้าร่วมตลาดต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความถึงทิศทางราคาโดยตรง เพราะนอกจากการขยายสถานะซื้อแล้ว การป้องกันความเสี่ยงฝั่งขายและการต่ออายุสัญญา (Rollover) ก่อนครบกำหนดก็สามารถทำให้ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
เมื่อดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลง พบว่าฝั่งซื้อของกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ลดลง 788 สัญญา ฝั่งขายลดลง 1 สัญญา ขณะที่กลุ่มเชิงพาณิชย์ฝั่งซื้อเพิ่มขึ้น 171 สัญญา และฝั่งขายลดลง 487 สัญญา
กลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ลดสถานะ 'ซื้อสุทธิ' ลง ขณะที่กลุ่มเชิงพาณิชย์ลดภาระ 'ขายสุทธิ' ลงเช่นกัน ทั้งสองแนวโน้มนี้ถูกตีความว่าใกล้เคียงกับสัญญาณการปรับความเสี่ยง มากกว่าการไล่ตามเทรนด์อย่างจริงจัง
เว็บไซต์ที่วิเคราะห์ข้อมูลเปิดเผยสาธารณะหลายแห่งระบุในรายงานฉบับวันที่ 25 สิงหาคมว่า การลดลงของ 'ซื้อสุทธิ' ฝั่งไม่ใช่เชิงพาณิชย์ และการลดลงของ 'ขายสุทธิ' ฝั่งเชิงพาณิชย์ เป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญของสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิ่มขึ้นของยอดสัญญาคงค้าง ยังมีทั้งมุมมองที่ว่าเป็นการขยายตัวของการเข้าร่วมตลาด และมุมมองที่ว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงและปรับสมดุลสถานะ
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าไม่สามารถชี้ชัดทิศทางราคาบิตคอยน์ได้จากตัวเลข COT ของ CFTC เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับกระแสเงินในตลาดสปอต การชำระบัญชีในตลาดอนุพันธ์ และตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคด้วย ข้อมูลชุดนี้ก็อยู่ในบริบทเดียวกัน คือเป็นสถิติที่บ่งชี้ว่าความเอียงของสถานะกำลังคลี่คลายลงหรือไม่ มากกว่าจะเป็นการคาดการณ์ราคา
สิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญไม่ใช่ทิศทางของตัวเลข แต่เป็น 'ลักษณะ' ของข้อมูล เพราะ COT ของ CFTC แสดงให้เห็นว่าฟิวเจอร์สบิตคอยน์ถูกซื้อขายผ่านกลุ่มนักลงทุนกลุ่มใดในตลาดอนุพันธ์ของสหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
ข้อมูลของสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่า ท่ามกลางการซื้อขายฟิวเจอร์สบิตคอยน์ที่ยังดำเนินต่อไป สิ่งที่โดดเด่นกว่าคือการปรับลดสถานะ มากกว่าการเดิมพันไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน โดยรายงาน COT ฉบับถัดไปจะเผยแพร่สถานะ ณ ราคาปิดตลาดวันอังคารตามปกติ ในวันศุกร์ เวลา 15.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
ความคิดเห็น 0