บริษัท สไตรฟ์(ASST) ถือ บิตคอยน์(BTC) น้อยกว่า เมทาแพลนเน็ต(3350) แต่กลับมีมูลค่าตลาดสูงกว่าตามข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน สะท้อนว่าปริมาณบิตคอยน์ที่ถือครองไม่ได้เป็นตัวกำหนดมูลค่าตลาดของบริษัทเสมอไป
เว็บไซต์ คริปโตบรีฟิง(CryptoBriefing) ระบุว่ามูลค่าตลาดของสไตรฟ์อยู่ในช่วง 2,500-3,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เมทาแพลนเน็ตอยู่ที่ 2,000-2,500 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวมาจากการรวบรวมข้อมูลตลาด ไม่ใช่การเปิดเผยอย่างเป็นทางการของบริษัท จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเกณฑ์การคำนวณที่ต่างกัน
ด้านปริมาณการถือครองบิตคอยน์ เมทาแพลนเน็ตมีอยู่ประมาณ 43,000 BTC มากกว่าสไตรฟ์ที่มี 24,531 BTC ราว 1.75 เท่า โดยเว็บไซต์ทางการของเมทาแพลนเน็ตระบุยอดถือครองปัจจุบันไว้ที่ 43,000 BTC เช่นกัน
สไตรฟ์เข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 1,375 BTC ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน ในราคาเฉลี่ย 79,281 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ส่งผลให้ยอดถือครองเพิ่มขึ้นจาก 23,156 BTC เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เป็น 24,531 BTC ในวันที่ 4 กันยายน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการเข้าซื้อบิตคอยน์ของสไตรฟ์ก่อนหน้านี้ที่ระบุปริมาณการซื้อเท่ากัน
การซื้อครั้งนี้ใช้เงินราว 109 ล้านดอลลาร์ โดยสไตรฟ์ใช้หุ้นบุริมสิทธิถาวรแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ชื่อ SATA เป็นเครื่องมือระดมทุน ซึ่งมีอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อปีอยู่ที่ 13.00% ตามข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
SATA เป็นหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน และมีสิทธิ์เหนือหุ้นสามัญทั้งในแง่เงินปันผลและการแบ่งสินทรัพย์ ยอดหุ้น SATA ที่ออกจำหน่ายของสไตรฟ์อยู่ที่ 9,995,425 หุ้น ณ วันที่ 4 กันยายน เพิ่มขึ้น 921,511 หุ้นจากการนับครั้งก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของยอดหุ้นที่ออกจำหน่ายอาจทำให้ภาระเงินปันผลในอนาคตขยายตัวตามไปด้วย
เมทาแพลนเน็ตเองก็ขยายการซื้อบิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากการรวบรวมของหน่วยงานภายนอกทั้งออนเชนและงบการเงินบริษัทระบุว่า ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2026 เมทาแพลนเน็ตซื้อเพิ่มอีก 2,823 BTC ทำให้ยอดถือครองรวมขยับขึ้นเป็น 43,000 BTC โดยกรณีการขยายปริมาณถือครองของเมทาแพลนเน็ตก่อนหน้านี้ก็ระบุตัวเลข 43,000 BTC เป็นข้อมูลหลักเช่นกัน
การเปรียบเทียบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าปริมาณบิตคอยน์ที่บริษัทถือครองกับมูลค่าตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป ตลาดอาจสะท้อนปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความเร็วในการเข้าซื้อเพิ่ม วิธีระดมทุน ความเสี่ยงจากการลดสัดส่วนหุ้นเดิม และภาระเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลสำรวจนักลงทุนอย่างเป็นทางการหรือคำชี้แจงจากทั้งสองบริษัทที่ระบุสาเหตุของการสลับตำแหน่งมูลค่าตลาดดังกล่าว ขณะที่รายละเอียดวิธีคำนวณปริมาณการซื้อในไตรมาสสองและมูลค่าตลาดปัจจุบันของเมทาแพลนเน็ตก็ยังมีความแตกต่างกันไปในแต่ละแหล่งข้อมูล ทำให้ผลการเปรียบเทียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่อ้างอิง
มูลค่าตลาดของสไตรฟ์และเมทาแพลนเน็ตในระยะต่อไปยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีก ขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ การเปลี่ยนแปลงปริมาณการถือครอง รวมถึงเงื่อนไขการระดมทุนใหม่และการออกหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0