สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ(FBI) ได้ฟ้องร้องพี่น้องคู่หนึ่งที่พำนักอยู่ในเมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดา ในข้อหาจำหน่ายยาแก้ปวดปลอมกว่า 95,000 เม็ดผ่านตลาดมืดบนดาร์กเว็บ โดยตัวตนของทั้งสองถูกเปิดเผยจากการวิเคราะห์บล็อกเชนที่ติดตามเส้นทางธุรกรรมบิตคอยน์(BTC)
เชนอะนาลิซิส(Chainalysis) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ระบุผ่านบล็อกเมื่อวันที่ 8 ว่า วลาดิสลาฟ เชอร์นิชอฟ(Vladislav Chernyshov) และ สตานิสลาฟ เชอร์นิชอฟ(Stanislav Chernyshov) สองพี่น้องถูกฟ้องในข้อหาสมคบคิดจำหน่ายสารสังเคราะห์กลุ่มโอปิออยด์ชนิดไนตาซีน ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ(DOJ) ได้ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 ของเดือนก่อน
ตามข้อมูลของเชนอะนาลิซิส ทั้งสองใช้ชื่อ 'บาร์บาราไวต์(BarbaraWhite)' ดำเนินกิจการบนตลาดมืดดาร์กเว็บอย่างนีเมซิส โบฮีเมีย และอาบาคัส มาตั้งแต่ปี 2020 เฉพาะข้อมูลจากสามตลาดนี้ พบว่ายาปลอมที่ทั้งคู่ขายมีจำนวนเกิน 95,000 เม็ด เกี่ยวข้องกับเหตุใช้ยาเกินขนาดอย่างน้อย 12 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย
เชนอะนาลิซิสอธิบายว่ายาที่ทั้งสองจำหน่ายถูกติดฉลากว่า 'เฟนต์ฟรี(FENT FREE)' หรือปลอดเฟนทานิล แต่แท้จริงแล้วมีสารกลุ่มไนตาซีนซึ่งเชื่อว่ามีฤทธิ์แรงกว่าเฟนทานิลผสมอยู่ โดยไนตาซีนมักถูกขายภายใต้ข้ออ้างว่า 'ใช้เพื่อการวิจัย' หรือ 'ห้ามใช้กับมนุษย์' เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายควบคุมยาเสพติดที่มีอยู่
การสืบสวนเริ่มต้นจากการระบุที่อยู่กระเป๋าบิตคอยน์ที่ปรากฏในบันทึกการซื้อขายบนตลาดดาร์กเว็บ เชนอะนาลิซิสระบุว่าได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ของตนเองชื่อ 'รีแอ็กเตอร์(Reactor)' เพื่อจัดกลุ่มที่อยู่กระเป๋าหลายรายการให้เป็นเจ้าของเดียวกัน ก่อนที่กระเป๋าดังกล่าวจะถูกเชื่อมโยงกับบัญชีชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือของสตานิสลาฟ จนนำไปสู่การระบุตัวตนได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการใช้วิธีสืบสวนแบบดั้งเดิมร่วมด้วย ทั้งการตรวจสอบบันทึกการส่งพัสดุ การเฝ้าติดตาม และปฏิบัติการล่อซื้อ
เชนอะนาลิซิสระบุว่ากระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องได้รับเงินเข้ารวมประมาณ 220,000 ดอลลาร์ และโอนออกไปประมาณ 230,000 ดอลลาร์ โดยในรายการโอนเงินนั้นมีเงินประมาณ 7,210 ดอลลาร์ ที่เชื่อว่าเป็นค่าซื้อวัตถุดิบสำหรับสังเคราะห์สารในกลุ่มไนตาซีน ซึ่งถูกโอนไปยังผู้จำหน่ายสารเคมีในจีน
วิกฤตโอปิออยด์ในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับรุนแรง เชนอะนาลิซิสระบุว่าในปี 2023 เพียงปีเดียว มีผู้เสียชีวิตจากโอปิออยด์ในสหรัฐเกิน 100,000 คน และตลอดสิบปีที่ผ่านมา สารโอปิออยด์สังเคราะห์คิดเป็นสัดส่วนราว 69% ของผู้เสียชีวิตจากโอปิออยด์ทั้งหมด
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้บิตคอยน์จะทำงานบนบัญชีแยกประเภทสาธารณะและมักถูกเข้าใจว่ารับประกันความเป็นนิรนาม แต่ตราบใดที่ประวัติธุรกรรมยังถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน หน่วยงานสืบสวนก็ยังสามารถติดตามย้อนกลับได้แม้เวลาจะผ่านไปนาน เชนอะนาลิซิสระบุว่าการวิเคราะห์ครั้งนี้อ้างอิงจากคำให้การภายใต้คำสาบาน(affidavit) ที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลาง
ความคิดเห็น: คดีนี้ตอกย้ำว่าความโปร่งใสของบล็อกเชนอาจกลายเป็นดาบสองคมสำหรับผู้กระทำผิดที่ใช้คริปโตเพื่อทำธุรกรรมผิดกฎหมาย เพราะร่องรอยการโอนเงินยังคงหลงเหลืออยู่ให้สืบสวนย้อนกลับได้เสมอ
ความคิดเห็น 0