บริษัทขุด'บิตคอยน์(BTC)'ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุ่มเงินลงทุนรวม 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42 ล้านล้านวอน ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 8 กันยายน) ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน'ปัญญาประดิษฐ์(AI)' ระหว่างนี้ปริมาณเหรียญที่บริษัทเหล่านี้ส่งเข้าตลาดแลกเปลี่ยนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่กำลังขุด(hashrate)ที่ปิดตัวไปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมารวมกันสูงถึง 56 เอ็กซาแฮช(EH/s)
เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) สื่อสหรัฐฯ U.Today รายงานว่าบริษัทขุดเหล่านี้ 'หยุดขายเหรียญโดยสิ้นเชิง' แต่ดัชนีตำแหน่งนักขุด(Miner Position Index, MPI) ที่รวบรวมโดย'คริปโตควอนท์(CryptoQuant)' ชี้ว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่การหยุดขาย แต่เป็นปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าตลาดแลกเปลี่ยนลดลงต่างหาก
MPI เป็นดัชนีวัดปริมาณเหรียญที่นักขุดส่งเข้าตลาดแลกเปลี่ยน ยิ่งค่าต่ำหรือติดลบยิ่งหมายความว่าแรงขายอ่อนตัวลง ช่วงเดือนสิงหาคมที่ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น ดัชนีนี้เคยขึ้นไปแตะ 2.8 สะท้อนว่ามีการขายทำกำไรกันคึกคัก
เข้าสู่เดือนกันยายน ดัชนี MPI ร่วงลงมาอยู่ที่ -1.2 ซึ่งไม่ได้แปลว่าการขายหยุดสนิท แต่หมายถึงปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าตลาดแลกเปลี่ยนลดลง ต่างจากช่วงเดือนสิงหาคมที่เป็นการขายทำกำไรอย่างชัดเจน
บริษัทที่ลดกำลังขุดมากที่สุดคือ'แคนโก(Cango)'และ'ไอเรน(IREN)' โดยทั้งสองบริษัทปิดกำลังขุดไปคนละ 29.5 EH/s และ 21.9 EH/s ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา รวมกันคิดเป็น 68% ของกำลังขุดที่บริษัทขุดจดทะเบียนทั้งหมดปิดตัวไปทั้งหมด 56 EH/s
'ไซเฟอร์(Cipher)' 'ไรออต(Riot)' 'เทอราวูล์ฟ(TeraWulf)' และ'คลีนสปาร์ค(CLSK)' ก็ร่วมขบวนลดกำลังขุดเช่นกัน U.Today ระบุว่าเงินลงทุน 30,000 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้คิดเป็นราว 15 เท่าของรายได้จากการดำเนินงานปัจจุบันของบริษัทขุดเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นยอดรวมรายจ่ายลงทุน(capex)เฉพาะบริษัทขุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ยังไม่มีการเปิดเผยขนาดการลงทุนของทั้งอุตสาหกรรมที่รวมบริษัทนอกตลาดด้วย
◇ กระแสการเปลี่ยนผ่านที่ดำเนินมาต่อเนื่อง
การเปลี่ยนทิศไปสู่ธุรกิจ AI ของวงการขุดไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นทันที เมื่อเดือนก่อน กำลังขุดบิตคอยน์โดยรวมเคยร่วงลงถึง 17% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าเป็นผลจากบริษัทขุดโยกทรัพยากรไปยังธุรกิจ AI เช่นกัน ก่อนหน้านี้บริษัทขุด'เคล อินฟราสตรัคเจอร์(Kale Infrastructure)' ประสบผลขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 140.77 ล้านดอลลาร์ ก่อนตัดสินใจเลิกธุรกิจขุดบิตคอยน์และหันไปทำธุรกิจศูนย์ข้อมูล AI เต็มตัว
'กำลังขุด(hashrate)'คือดัชนีที่บ่งบอกจำนวนครั้งของการคำนวณที่เครื่องขุดทำได้ต่อวินาที โดย 1 EH/s เท่ากับการคำนวณ 10 ยกกำลัง 18 ครั้งต่อวินาที การที่บริษัทขุดลดกำลังขุดลง หมายความว่าบริษัทหยุดเดินเครื่องขุดเฉพาะทาง หรือโยกไฟฟ้าและพื้นที่ที่เคยใช้ขุดไปใช้ประโยชน์อื่นแทน
◇ เหตุผลที่มุมมองยังแตกต่างกัน
ปรากฏการณ์นี้ถูกตีความว่าไม่ใช่กรณีที่บริษัทขุดระดมทุนไม่ได้เพราะผลประกอบการแย่ลง แต่เป็นกระบวนการที่นักขุดกำลังย้ายจากโมเดลรายได้จากการขายเหรียญ ไปสู่โมเดลบริการศูนย์ข้อมูลประสิทธิภาพสูง(HPC)และ AI แทน
ทว่าเนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งอย่างแคนโกและไอเรนเป็นผู้ครองสัดส่วนใหญ่ของกำลังขุดที่ลดลง จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ากระแสนี้กระจายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมแล้ว
สำหรับบริษัทขุด การลดการพึ่งพารายได้จากการขายเหรียญ แล้วหันไปหากระแสเงินสดที่ค่อนข้างมั่นคงกว่าจากสัญญาเช่าบริการ AI และ HPC มีข้อดีตรงที่ช่วยลดผลกระทบต่อผลประกอบการจากความผันผวนของราคาบิตคอยน์ได้ ในทางกลับกัน การเปลี่ยนไปทำธุรกิจศูนย์ข้อมูลต้องใช้เงินลงทุนล่วงหน้าจำนวนมากและสัญญาไฟฟ้า-พื้นที่ระยะยาว ทำให้เมื่อเลือกทิศทางนี้แล้วยากที่จะย้อนกลับได้ในระยะสั้น
การที่แรงขายของนักขุดอ่อนตัวลง ในระยะสั้นอาจตีความได้ว่าช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทานในตลาด ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมขุดกำลังปรับโครงสร้างจากเดิมที่เน้นผลิตและขายเหรียญ ไปสู่การให้บริการด้านคอมพิวติ้งแทน
ตัวเลข MPI ที่ -1.2 ในเดือนกันยายนคือค่าล่าสุดที่มีการยืนยันจนถึงขณะนี้ ส่วนแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปหรือจะกลับมาขายเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังการจัดซื้ออุปกรณ์ AI เสร็จสิ้น คงต้องติดตามจากทิศทางของดัชนี MPI ในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0