Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

1,300 วอนต่อดอลลาร์ เซมซุงซีเคียวริตี้ปรับลดคาดการณ์ค่าเงินวอนสิ้นปีนี้

เซมซุงซีเคียวริตี้ปรับลดคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอนสิ้นปีนี้ จาก 1,380 วอน เหลือ 1,300 วอนต่อดอลลาร์ โดยประเมินว่ายอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นเกินคาดและดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลขนาดใหญ่เป็น'แรงกดดัน'ให้เงินวอนแข็งค่าขึ้น

เซมซุงซีเคียวริตี้ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลขนาดใหญ่เป็นแรงกดดันด้านลบต่ออัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอน” พร้อมปรับลดคาดการณ์ปลายปีหน้าจาก 1,300 วอน เหลือ 1,250 วอน โดยอธิบายว่าระดับ 1,250 วอนเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวของเงินวอนตามอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง (real effective exchange rate) นับตั้งแต่ปี 2010

ตามรายงาน “ดุลการชำระเงินระหว่างประเทศเบื้องต้น เดือนกรกฎาคม 2026” ที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) เผยแพร่ ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนกรกฎาคมเกินดุล 42,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 56.7 ล้านล้านวอน) ดุลการค้าสินค้ามียอดส่งออก 100,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 135.3 ล้านล้านวอน) และยอดนำเข้า 60,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80.8 ล้านล้านวอน) เกินดุล 40,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 54.5 ล้านล้านวอน) โดยยอดส่งออกเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์ติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง

เซมซุงซีเคียวริตี้คาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลปีนี้และปีหน้าไว้ที่ 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 606.2 ล้านล้านวอน) และ 480,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 646.6 ล้านล้านวอน) ตามลำดับ ตัวเลขคาดการณ์ปีหน้าสูงกว่าที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยไว้เมื่อเดือนก่อนอยู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67.4 ล้านล้านวอน) รายงานยังระบุว่าขนาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลในช่วงปี 2026-2027 อาจสูงถึงเฉลี่ยปีละ 18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตามมูลค่าตลาด

ดุลบัญชีเดินสะพัด คือส่วนต่างระหว่างเงินที่ได้รับกับเงินที่จ่ายออกจากธุรกรรมระหว่างประเทศ ทั้งการค้าสินค้า บริการ เงินปันผล และดอกเบี้ย เมื่อยอดเกินดุลเพิ่มขึ้น ปริมาณดอลลาร์ในระบบก็เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งอาจกดดันให้อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอนลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ยอดเกินดุลจะกลายเป็น'แรงหนุน'เงินวอนจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเงินกำไรที่บริษัทได้จากต่างประเทศไหลกลับเข้าประเทศมากน้อยเพียงใด รวมถึงทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุน

เซมซุงซีเคียวริตี้ระบุว่าเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เงินวอนแข็งค่าขึ้น คือวงจรบวกของกำไรบริษัทผ่านการเสียภาษีนิติบุคคล การคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น และการแบ่งปันผลตอบแทน หมายความว่าเมื่อดอลลาร์ที่ได้จากการส่งออกไหลกลับมาเป็นการลงทุนในประเทศ เงินปันผล และค่าจ้าง ความต้องการเงินวอนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

รายงานยังยกกรณีของไต้หวันมาเปรียบเทียบ โดยระบุว่าไต้หวันมียอดดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเกิน 15% ของ GDP ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา แต่ดุลเกินดุลส่วนใหญ่ไหลออกไปเป็นการลงทุนพอร์ตโฟลิโอในต่างประเทศ ทำให้ดอลลาร์ไต้หวัน(TWD) ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง

ในกรณีของเกาหลีใต้ การลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนในประเทศก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสังคมสูงวัย ทำให้การลงทุนพอร์ตโฟลิโอในต่างประเทศขยายตัว เซมซุงซีเคียวริตี้มองว่ากระแสนี้ถูกใช้เป็นเหตุผลอธิบายการอ่อนค่าของเงินวอนที่ผ่านมา แต่ในช่วงปี 2026-2027 ขนาดของดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลน่าจะมีมากกว่าเงินที่ไหลออกไปลงทุนต่างประเทศและกำไรที่นักลงทุนต่างชาติทำแล้วถอนออกไป

การปรับคาดการณ์ครั้งนี้ยังเป็นตัวแปรที่นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในเกาหลีใต้ต้องจับตา แม้ราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ในสกุลดอลลาร์จะเท่าเดิม แต่ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอนลดลง ราคาที่แสดงเป็นเงินวอนบนกระดานเทรดในประเทศก็อาจเปลี่ยนไปตามไปด้วย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานบทวิเคราะห์ที่ระบุว่าแรงขายดอลลาร์จากกลุ่มผู้ส่งออกในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศกรุงโซลอาจกดเพดานอัตราแลกเปลี่ยนไว้ได้

การปรับลดคาดการณ์ครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มก่อนหน้า โดยธนาคารวูรี (Woori Bank) ปรับลดกรอบล่างของคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอนจาก 1,380 วอน เหลือ 1,340 วอนเมื่อต้นเดือนนี้ ครั้งนั้นก็มีการพูดถึงแรงขายดอลลาร์ของผู้ส่งออกและความเป็นไปได้ที่เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าตลาดหุ้น ว่าเป็นปัจจัยหนุนเงินวอนเช่นกัน

เซมซุงซีเคียวริตี้มองว่าดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลขนาดใหญ่ยังเป็นโจทย์ของธนาคารกลางเกาหลีใต้ด้วย รายงานวิเคราะห์ว่าเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้ามากขึ้นอาจนำไปสู่แรงกดดันให้เงินวอนแข็งค่าขึ้นและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และความจำเป็นต้องขยายมาตรการดูดซับสภาพคล่อง (sterilization)

เซมซุงซีเคียวริตี้ระบุว่า “คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะคึกคักขึ้นในวงกว้าง แรงกดดันให้เงินวอนแข็งค่าจากเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้าจำนวนมากจะเพิ่มขึ้น พร้อมกับสภาพคล่องที่จะขยายตัวตามไปด้วย” และเสริมว่า “ยิ่งเข้าใกล้ปีหน้า ความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายสุดท้าย (terminal rate) ของธนาคารกลางเกาหลีใต้จะสูงกว่า 3.5% ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1