ผู้ถือหุ้นใหญ่ของทีบีเอช โกลบอล(TBH Global·084870) คือ อู จงวาน(Woo Jong-wan) และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษ มีจำนวนหุ้นถือครองรวม 'ลดลง 40,772 หุ้น' ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมลดลงจาก 51.64% ในรายงานฉบับก่อนหน้า เหลือ 51.44% ในรายงานฉบับล่าสุด หรือลดลง 0.20 จุดเปอร์เซ็นต์
ทีบีเอช โกลบอล เปิดเผยผ่านระบบเปิดเผยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ ในแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อวันที่ 7 กันยายนว่า จำนวนหุ้นสามัญที่ผู้ถือหุ้นใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษถือครองรวมอยู่ที่ 10,522,886 หุ้น ลดลงจาก 10,563,658 หุ้นในรายงานฉบับก่อนหน้าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากหุ้นที่อู จงวานถือครองเองโดยตรง แต่เป็นผลจากการปรับขอบเขตบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษ ร่วมกับการซื้อหุ้นในตลาดบางส่วน โดยจำนวนหุ้นที่หายไปจากการลาออกของผู้บริหารมีมากกว่าจำนวนหุ้นที่กึมกัง เลเชอร์ อินดัสทรี(Geumgang Leisure Industry) ซื้อเพิ่มในตลาด
ฮง ซองจิน(Hong Seong-jin) อดีตผู้บริหาร ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ทำให้หุ้นสามัญที่ถือครองทั้งหมด 30,000 หุ้น ถูกตัดออกจนเหลือ 0 หุ้น ส่วนจาง ยุนซอก(Jang Yoon-seok) อดีตผู้บริหารอีกราย ลาออกในวันเดียวกัน ทำให้หุ้นสามัญ 14,772 หุ้นที่เคยถือครองทั้งหมดลดลงเหลือ 0 หุ้นเช่นกัน
ในทางกลับกัน กึมกัง เลเชอร์ อินดัสทรี ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มในตลาด 4,000 หุ้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน ทำให้จำนวนหุ้นที่ถือครองเพิ่มจาก 2,209,822 หุ้น เป็น 2,213,822 หุ้น และมีสัดส่วนการถือหุ้นตามรายงานฉบับนี้อยู่ที่ 10.82%
ผู้ถือหุ้นใหญ่ อู จงวาน ถือหุ้นสามัญ 4,077,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 19.93% ตามมาด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษรายอื่น ได้แก่ △อู ฮันกน(Woo Han-gon) 1,075,270 หุ้น(5.26%) △อู ซอนกยอง(Woo Seon-kyung) 619,200 หุ้น(3.03%) △อู ซอนยอง(Woo Seon-young) 570,000 หุ้น(2.79%) △อู ดงยุน(Woo Dong-yoon) 465,000 หุ้น(2.27%)
นอกจากนี้ยังมีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษรายอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ △คิม มยองชอล(Kim Myung-chul) 350,000 หุ้น(1.71%) △ซน อึยชิก(Son Ui-sik) 300,284 หุ้น(1.47%) △อู ยุนซอ(Woo Yoon-seo) 171,404 หุ้น(0.84%) △คิม ฮยอนแจ(Kim Hyun-jae) 115,814 หุ้น(0.57%) △มุน ซองจุน(Moon Seong-jun) 72,252 หุ้น(0.35%) △มุน ซอยอง(Moon Seo-young) 71,854 หุ้น(0.35%) △มุน ฮยอนยอง(Moon Hyun-young) 71,380 หุ้น(0.35%) △พัก อึนจอน(Park Eun-jeon) 200,940 หุ้น(0.98%) △ชา ดงจู(Cha Dong-joo) 50,000 หุ้น(0.24%)
ในส่วนของผู้บริหารบริษัทที่ยังปฏิบัติงานอยู่ มีรายชื่อผู้ถือหุ้น ได้แก่ △ฮวัง แทยอง(Hwang Tae-young) 29,700 หุ้น(0.15%) △ซน บยองโฮ(Son Byung-ho) 15,000 หุ้น(0.07%) △คิม จียง(Kim Ji-yong) 17,000 หุ้น(0.08%) △ชเว ยุนจอง(Choi Yoon-jung) 19,748 หุ้น(0.10%) △คิม จงวอน(Kim Jong-won) 16,818 หุ้น(0.08%) ขณะที่ฮง ซองจิน และจาง ยุนซอก ซึ่งลาออกไปแล้ว ไม่มีหุ้นเหลือถือครองอีกต่อไป
แบบรายงานการเปลี่ยนแปลงหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นเอกสารที่บริษัทจดทะเบียนต้องยื่นเมื่อจำนวนหรือสัดส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่และบุคคลใกล้ชิดเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากตัวเลขนี้นับรวมหุ้นของครอบครัว ผู้บริหาร และนิติบุคคลในเครือที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษ สัดส่วนรวมจึงเปลี่ยนแปลงได้แม้จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่เองจะไม่ขยับเลยก็ตาม
ในรายงานฉบับนี้ หุ้นสามัญ 4,077,400 หุ้นที่อู จงวานถือครองเองไม่ได้ถูกระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด จุดที่ทำให้ตัวเลขรวมเปลี่ยนไปมาจากการลาออกของฮง ซองจิน และจาง ยุนซอก ประกอบกับการซื้อหุ้นเพิ่ม 4,000 หุ้นของกึมกัง เลเชอร์ อินดัสทรี เท่านั้น
ในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน เคยมีกรณีที่สัดส่วนหุ้นรวมของผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยนแปลงจากการลาออก การให้เป็นของขวัญ หรือการซื้อขายหุ้นของบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษมาแล้วเช่นกัน ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานกรณีที่สัดส่วนหุ้นรวมของผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยนแปลงจากการปรับเปลี่ยนบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษในลักษณะเดียวกันมาแล้ว
ทีบีเอช โกลบอล เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าตัดเย็บ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้(KOSPI) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2005 โดย KOSPI เป็นดัชนีหุ้นหลักของเกาหลีใต้ ที่คำนวณจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นทั้งหมดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลี
ผลประกอบการรวมของบริษัทในปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2025 มีรายได้รวม 182,400 ล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 3,100 ล้านวอน และกำไรสุทธิ 1,600 ล้านวอน ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 104,300 ล้านวอน หนี้สินรวม 42,200 ล้านวอน และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 62,100 ล้านวอน
ข้อมูลราคาหุ้นระบุว่า ราคาหุ้นทีบีเอช โกลบอล ณ เวลา 10.00 น. ของวันที่ 7 กันยายน(เวลาท้องถิ่นเกาหลีใต้) อยู่ที่ 2,140 วอน ลดลง 60 วอน หรือ 2.73% จากวันก่อนหน้า สาระสำคัญที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ คือจำนวนหุ้นรวมที่ฝ่ายผู้ถือหุ้นใหญ่ถือครอง 'ลดลง 40,772 หุ้น' และสัดส่วนการถือหุ้นลดลง 0.20 จุดเปอร์เซ็นต์
ความคิดเห็น 0