สแตรทีจี(Strategy, MSTR) ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวที่จะขยายฐานนักลงทุนทั่วโลกที่สามารถเข้าถึง 'บิตคอยน์(BTC)' ผ่านหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทให้ครอบคลุมประชากรราว 8 พันล้านคนทั่วโลก แนวคิดนี้มุ่งเปิดทางลงทุนทางอ้อมผ่านผลิตภัณฑ์การเงินดั้งเดิม สำหรับนักลงทุนที่ไม่สะดวกถือครองบิตคอยน์โดยตรง
พง เล(Phong Le) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของสแตรทีจี ระบุว่าบริษัทต้องการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนกลุ่มใหญ่ขึ้นได้รับ 'ความเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์' ทางอ้อม ทั้งนี้ Crypto Briefing เป็นผู้รายงานคำกล่าวนี้ แต่ยังไม่พบวิดีโอทางการหรือคำให้สัมภาษณ์ฉบับเต็มที่ระบุเป้าหมาย 8 พันล้านคนดังกล่าว
แนวคิดของสแตรทีจีเน้นไปที่การให้นักลงทุนได้รับ 'ความผันผวนของราคาบิตคอยน์' ทางอ้อม ผ่านหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของบริษัท โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวหรือเปิดบัญชีบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทไม่ได้หมายความว่านักลงทุนเป็นเจ้าของบิตคอยน์โดยตรงแต่อย่างใด
ปัจจุบันสแตรทีจีมีผลิตภัณฑ์หุ้นบุริมสิทธิถาวรอยู่หลายรุ่น เช่น STRC และ STRK หุ้นบุริมสิทธิถาวรเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่มีกำหนดวันครบอายุ และจ่ายเงินปันผลตามเงื่อนไขที่ผู้ออกหลักทรัพย์กำหนดไว้
เมื่อปีก่อน บริษัทระดมทุนได้ราว 2,521 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.38 แสนล้านบาท) จากการเสนอขายหุ้น STRC สู่สาธารณะ โดยเงินทุนบางส่วนถูกนำไปใช้ซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
STRC เป็นหุ้นบุริมสิทธิถาวรแบบอัตราดอกเบี้ยผันแปร หุ้นบุริมสิทธิของสแตรทีจีไม่ได้มอบสิทธิความเป็นเจ้าของในบิตคอยน์ที่บริษัทถือครองให้แก่นักลงทุนโดยตรง แต่เป็นผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่ผสานสิทธิเรียกร้องลำดับต้นในทรัพย์สินคงเหลือของบริษัท เข้ากับเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผล
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สแตรทีจีเปิดเผย 'กรอบทุนเครดิตดิจิทัล' (Digital Credit Capital Framework) ซึ่งครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยหุ้นบุริมสิทธิ รวมถึงการเติมเงินสำรองสกุลดอลลาร์ บริษัทระบุว่าภายใต้กรอบดังกล่าว หากจำเป็นบริษัทอาจขายบิตคอยน์บางส่วนเพื่อนำมาใช้ชำระภาระผูกพันหรือเติมเงินสำรอง
ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม สแตรทีจีถือครองบิตคอยน์รวม 845,050 BTC โดยบันทึกในสมุดบัญชีทางการของบริษัทระบุว่า ในวันเดียวกันบริษัทซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 4,603 BTC ที่ราคาเฉลี่ย 80,318 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ตลอดมา สแตรทีจีดำเนินโครงสร้างเงินทุนด้วยการออกหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิเพื่อระดมทุน แล้วนำเงินที่ได้ไปใช้ซื้อบิตคอยน์ จ่ายเงินปันผล และบริหารสภาพคล่องของบริษัท
ภายใต้โครงสร้างนี้ ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว อัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องของหุ้นบุริมสิทธิ เงื่อนไขการจ่ายปันผล และสถานะการระดมทุนของบริษัท ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อราคาผลิตภัณฑ์และผลตอบแทนของนักลงทุนได้เช่นกัน
สแตรทีจียังคงเดินหน้าแนวคิดขยายขอบเขตธุรกิจ สู่การเป็นแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลที่ออกผลิตภัณฑ์การเงินหลากหลายรูปแบบโดยอิงจากปริมาณบิตคอยน์ที่ถือครอง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึง ความเคลื่อนไหวของสแตรทีจีในการพิจารณาก้าวสู่ธุรกิจแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลโดยอิงฐานบิตคอยน์ที่ถือครอง มาแล้ว
อย่างไรก็ตาม เป้าหมาย 8 พันล้านคนในครั้งนี้ ไม่ได้มาพร้อมแผนซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมใหม่ หรือเหตุการณ์ในตลาดที่จะเกิดขึ้นทันที บริษัทยังไม่ได้ระบุว่าจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ประเภทใด จะจำหน่ายในประเทศใดบ้าง หรือจะร่วมมือกับโบรกเกอร์และศูนย์ซื้อขายรายใดเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
กฎระเบียบด้านหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะกำหนดว่าการขยายการเข้าถึงจะเกิดขึ้นได้จริงมากน้อยเพียงใด แม้เป็นผลิตภัณฑ์หุ้นบุริมสิทธิตัวเดียวกัน แต่พื้นที่ที่วางจำหน่ายได้ คุณสมบัตินักลงทุน และวิธีการจัดจำหน่าย อาจแตกต่างกันไปตามกฎเกณฑ์การเงินของแต่ละประเทศ
หุ้นบุริมสิทธิของสแตรทีจีมีโครงสร้างความเสี่ยงที่แตกต่างจากการถือครองบิตคอยน์โดยตรง และบริษัทเองก็ชี้แจงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้รับประกันความเป็นเจ้าของบิตคอยน์หรือผลตอบแทนในระดับเดียวกัน
ข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ยังจำกัดอยู่เพียงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ พง เล ซีอีโอนำเสนอ และคำอธิบายโครงสร้างผลิตภัณฑ์การเงินที่มีอยู่เดิม ต้องรอดูว่าแผนต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขออนุญาตในแต่ละประเทศ หรือพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย จะถูกเปิดเผยตามมาหรือไม่
ความคิดเห็น 0