ดัชนีความเสี่ยงด้านการเทขายบนเชนของบิตคอยน์(BTC) ลดลงมาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม สัดส่วนการทำกำไรของผู้ถือระยะยาวก็ลดลงเช่นกัน แต่ยังมี BTC ราว 1.07 ล้านเหรียญค้างอยู่ในช่วงราคา 83,000-86,000 ดอลลาร์ ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานยังไม่คลี่คลาย
Glassnode ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า จากข้อมูลถึงวันที่ 7 กันยายน อัตราส่วนความเสี่ยงด้านการขาย (Sell-Side Risk Ratio) ของ BTC ลดลงเหลือเฉลี่ย 7 จุดพื้นฐาน (bp) ต่อวัน ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา จากระดับ 16bp ในช่วงที่ราคาทำจุดสูงสุดเมื่อเดือนสิงหาคม
Sell-Side Risk Ratio เป็นดัชนีที่คำนวณจากผลรวมกำไรและขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงบนเชน หารด้วยมูลค่าตลาดที่รับรู้แล้ว (realized market cap) ดัชนีนี้สะท้อนว่าปริมาณเหรียญที่ถืออยู่ถูกทำกำไรหรือขาดทุนไปมากน้อยเพียงใด แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่นับปริมาณคำสั่งซื้อขายจริงบนกระดานเทรดโดยตรง
สัดส่วนกำไรที่รับรู้แล้วของผู้ถือระยะยาวก็ลดลงเช่นกัน จากที่เคยคิดเป็น 88% ของกำไรที่รับรู้ทั้งหมดในช่วงจุดสูงสุดเดือนสิงหาคม ล่าสุดลดลงเหลือ 47%
ขนาดของการพุ่งขึ้นของกำไรที่รับรู้แล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน ก็อยู่ที่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการพุ่งขึ้นในเดือนสิงหาคม สะท้อนว่าการมีส่วนร่วมของผู้ถือระยะยาวในการทำกำไรบนเชนลดลงเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดครั้งก่อน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการลดลงของ Sell-Side Risk Ratio หมายถึงปริมาณ BTC ที่ถูกขายจริงบนกระดานเทรดลดลง เนื่องจากขนาดของกำไรและขาดทุนที่รับรู้บนเชนสามารถแปรผันไปตามความผันผวนของราคา จึงไม่สามารถใช้ดัชนีนี้เพียงตัวเดียวยืนยันแนวโน้มปริมาณการขายบนกระดานเทรดได้
แรงกดดันด้านอุปทานยังคงปรากฏให้เห็น จากการรวบรวมข้อมูลของ Glassnode ณ วันที่ 7 กันยายน มี BTC ราว 1.07 ล้านเหรียญที่ถูกซื้อในช่วงราคา 83,000-86,000 ดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ถือครองโดยผู้ถือระยะยาว
ปริมาณเหรียญในช่วงราคานี้แทบไม่เคลื่อนไหวเลยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าหากราคา BTC ขยับเข้าใกล้ช่วงราคาดังกล่าว ผู้ถือครองจะเลือกทำกำไรหรือไม่
ดัชนีอุปสงค์-อุปทานในตลาดสปอตชี้ไปทางฝั่งการขายมากกว่า โดยส่วนต่างปริมาณการซื้อขายสปอตสะสม (CVD) ที่ Glassnode รวบรวมถึงวันที่ 7 กันยายน ยังคงอยู่ในแดนลบ
CVD หมายถึงผลต่างสะสมระหว่างปริมาณการซื้อขายที่ฝั่งผู้ซื้อเป็นผู้เข้าเทรดก่อน กับปริมาณที่ฝั่งผู้ขายเป็นผู้เข้าเทรดก่อน การอยู่ในแดนลบหมายความว่า ตามเกณฑ์การคำนวณนี้ ปริมาณคำสั่งขายเชิงรุกบนกระดานเทรดยังคงมากกว่าปริมาณคำสั่งซื้อ
การชะลอตัวของการทำกำไรบนเชนกับการที่ตลาดสปอตเอนเอียงไปทางฝั่งขาย สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เนื่องจากดัชนีแรกอ้างอิงจากการเคลื่อนไหวของปริมาณเหรียญที่ถือครองและกำไรขาดทุนที่รับรู้แล้ว ขณะที่ดัชนีหลังอ้างอิงจากปริมาณคำสั่งซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงบนกระดานเทรด
เมื่อพิจารณาตามช่วงเวลา สัดส่วนกำไรที่รับรู้แล้วของผู้ถือระยะยาวและ Sell-Side Risk Ratio อยู่ในระดับสูงช่วงจุดสูงสุดเดือนสิงหาคม ก่อนจะลดลงในช่วงต้นเดือนกันยายน แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ปริมาณเหรียญในช่วงราคา 83,000-86,000 ดอลลาร์แทบไม่ขยับ และยังคงเป็นอุปทานแฝงที่รอการเทขาย
TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าความผันผวนที่รับรู้แล้วในรอบ 1 เดือนของบิตคอยน์แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ความผันผวนที่ต่ำและการชะลอตัวของการทำกำไรจะเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่นักลงทุนยังต้องตรวจสอบ CVD ในตลาดสปอตและปริมาณเหรียญที่ถือครองในช่วงราคาสำคัญแยกกัน เพื่อประเมินภาวะอุปสงค์-อุปทานของตลาด
สำหรับนักลงทุน Sell-Side Risk Ratio ควรถูกมองเป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของการรับรู้กำไรบนเชน มากกว่าจะเป็นดัชนีเดี่ยวที่ใช้พยากรณ์ทิศทางราคา ทั้งประเด็นว่า BTC ราว 1.07 ล้านเหรียญในช่วงราคา 83,000-86,000 ดอลลาร์จะเคลื่อนไหวหรือไม่ และ CVD ในตลาดสปอตจะยังคงอยู่ในแดนลบต่อไปหรือไม่ ยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตามเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0