การวิเคราะห์ออนเชนชี้ว่าบิตคอยน์(BTC) ที่ระดับราคาประมาณ 82,000 ดอลลาร์ (ราว 110.29 ล้านวอนเกาหลีใต้) เป็นจุดที่ต้นทุนซื้อของผู้ถือระยะสั้น ผู้ถือระยะยาว และวาฬบางส่วนที่ถือครองมากกว่า 100,000 BTC มาบรรจบกัน ซึ่งอาจสร้าง 'แรงขาย' กดดันราคาในช่วงนี้ได้
เมอร์ฟี(Murphy) นักวิเคราะห์ออนเชน เผยแพร่บทวิเคราะห์ผ่านบล็อกบีตส์(BlockBeats) เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่ายิ่งราคาบิตคอยน์เข้าใกล้ 82,000 ดอลลาร์มากเท่าไหร่ ปริมาณเหรียญของทั้งสามกลุ่มก็ยิ่งมีโอกาสถูกเทขายออกมาเป็นลำดับ
แรงขายกลุ่มแรกอาจมาจาก 'ผู้ถือระยะสั้น' (Short-Term Holder หรือ STH) ซึ่งมีต้นทุนซื้อกระจุกตัวอยู่ในช่วง 59,000-81,000 ดอลลาร์ (ราว 79.36-108.94 ล้านวอน) หากบิตคอยน์ทะลุ 82,000 ดอลลาร์ เหรียญกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเข้าสู่โซนกำไร และอาจทำให้ผู้ถือบางส่วนตัดสินใจขายทำกำไร
ผู้ถือระยะสั้นหมายถึงกลุ่มที่ถือบิตคอยน์ไม่เกิน 155 วัน ยิ่งระยะเวลาถือครองสั้น ยิ่งตัดสินใจขายได้เร็วเมื่อราคากลับมาสูงกว่าต้นทุน และหากมีเหรียญกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาใดช่วงหนึ่ง ก็อาจตีความได้ว่าเป็นแรงขายระยะสั้น
ในทางกลับกัน โซนต้นทุนของ 'ผู้ถือระยะยาว' (Long-Term Holder หรือ LTH) ก็คาบเกี่ยวอยู่แถว 82,000 ดอลลาร์เช่นกัน แม้เหรียญกลุ่มนี้จะกระจายอยู่ในหลายช่วงราคา แต่จุดที่กระจุกตัวมากที่สุดอยู่ที่ 81,000-82,000 ดอลลาร์ (ราว 108.94-110.29 ล้านวอน)
เมอร์ฟีอธิบายว่าเหรียญบางส่วนในกลุ่มนี้อาจไม่ได้ถือด้วยความตั้งใจลงทุนระยะยาวตั้งแต่แรก แต่เป็นเหรียญที่ 'ติดดอย' มานานหลังราคาปรับลงหลังซื้อ เมื่อราคากลับมาถึงจุดซื้อ ผู้ถือกลุ่มนี้อาจขายเพื่อลดผลขาดทุน
ผู้ถือระยะยาวถูกจัดกลุ่มเป็นผู้ที่ถือบิตคอยน์เกิน 155 วัน แต่ระยะเวลาการถือครองเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกเจตนาของนักลงทุนหรือสถานะกำไรขาดทุนในปัจจุบันได้ทั้งหมด
สำหรับกลุ่ม 'วาฬ' ที่ถือครองมากกว่า 100,000 BTC บางส่วนก็มีต้นทุนซื้อกระจุกตัวอยู่ใกล้ 82,000 ดอลลาร์เช่นกัน โดยกลุ่มนี้มีจุดกระจุกตัวหลักสองจุดอยู่แถว 40,000 ดอลลาร์ (ราว 53.80 ล้านวอน) ส่วนเหรียญที่เหลือกระจายอยู่ในช่วง 78,000-82,000 ดอลลาร์ (ราว 104.91-110.29 ล้านวอน)
เมื่อต้นทุนของทั้งผู้ถือระยะสั้น ผู้ถือระยะยาว และวาฬบางส่วนมาบรรจบกันที่โซน 82,000 ดอลลาร์ การวิเคราะห์จึงชี้ว่าการทะลุระดับราคานี้อาจเผชิญแรงกดดันด้านอุปทาน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เหรียญของกลุ่มวาฬทั้งหมดที่กระจุกอยู่ที่โซนนี้ เพราะยังมีจุดกระจุกตัวอีกสองจุดอยู่แถว 40,000 ดอลลาร์ด้วย
ทั้งนี้ การวิเคราะห์นี้ไม่ได้ยืนยันแผนการขายจริงของกระเป๋าเงินหรือผู้ถือครองรายใดรายหนึ่ง ข้อมูลออนเชนบอกได้เพียงว่าปริมาณเหรียญกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาใด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเหรียญเหล่านั้นจะถูกนำออกมาขายในตลาดเมื่อใด
เมอร์ฟีกล่าวถึงการทะลุระดับ 82,000 ดอลลาร์ว่า “ตลาดต้องใช้เวลาในการย่อยความเห็นที่แตกต่างกันและดูดซับอุปทานที่มีอยู่” โดยไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน คำกล่าวนี้สะท้อนว่ากระบวนการดูดซับแรงขายอาจต้องใช้เวลาโดยไม่มีกำหนดตายตัว
แรงขายที่กล่าวถึงในบทวิเคราะห์นี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือทุกคนจะขายพร้อมกัน แม้เหรียญจำนวนมากจะมีต้นทุนซื้ออยู่ในช่วงราคาเดียวกัน แต่จังหวะการขายจริงยังขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและสถานะการเงินของแต่ละคน
ดังนั้นการที่ราคาจะทะลุ 82,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่เพียงอย่างเดียว จึงยังไม่เพียงพอที่จะฟันธงทิศทางราคาต่อจากนี้
รายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าบิตคอยน์เคยถูกจำกัดการปรับขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแถว 82,000 ดอลลาร์ เคยกล่าวถึงแรงขายทำกำไรและปริมาณเหรียญในกระดานเทรดว่าเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้น ส่วนบทวิเคราะห์ล่าสุดนี้เสริมมุมมองโครงสร้างออนเชนที่แสดงให้เห็นว่าต้นทุนของผู้ถือระยะสั้น ระยะยาว และวาฬบางส่วน กระจุกตัวอยู่ในโซนราคาเดียวกันที่ 82,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ของเมอร์ฟีไม่ได้เป็นคำแนะนำให้ซื้อหรือขายในจังหวะใดจังหวะหนึ่ง แต่เป็นการอธิบายโครงสร้างการถือครองตามช่วงราคาและแรงกดดันด้านอุปทานที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น
ความคิดเห็น 0