Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

'คิลสวิตช์' สกัด AI หลุดควบคุม สภาคองเกรสสหรัฐฯ ถกเข้มกฎ 'ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์'

เจ้าหน้าที่เดินเข้าสู่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ / TokenPost.ai (macro)

สภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังหารือแผนออกกฎกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงการติดตั้ง 'คิลสวิตช์' และการตรวจสอบโมเดล AI ความเสี่ยงสูง ท่ามกลางความกังวลว่า AI อาจหลุดพ้นการควบคุมของมนุษย์จนกลายเป็นภัยคุกคามต่ออารยธรรม

วอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal, WSJ) รายงานว่า หลังจากเจคอบ ค็อกซอน (Jacob Coxon) อดีตนักวิจัยของแอนโทรปิก (Anthropic) ออกมาเตือน สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ หลายคนได้ทยอยเสนอแนวทางเสริมความเข้มงวดในการกำกับดูแล AI โดยค็อกซอนโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าแอนโทรปิกและโอเพนเอไอ (OpenAI) ให้น้ำหนักกับการแข่งขันมากกว่าความปลอดภัย จนเร่งพัฒนาระบบที่มนุษย์ยากจะควบคุมได้

ทางเว็บไซต์เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า หลังค็อกซอนลาออก สภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายจำกัดการพัฒนา 'ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์' และล่าสุดขอบเขตการหารือได้ขยายออกไปถึงการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแล AI โดยเฉพาะ รวมถึงระบบตรวจสอบโมเดล AI

โร ขันนา (Ro Khanna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต เสนอให้ตั้งหน่วยงานกำกับดูแล AI ระดับสหพันธรัฐแยกต่างหาก คล้ายกับหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานนิวเคลียร์และการบิน พร้อมสนับสนุนแนวคิดติดตั้ง 'คิลสวิตช์' เพื่อให้สามารถหยุดระบบ AI ได้ทันทีหากเริ่มมีพฤติกรรมอันตราย

'คิลสวิตช์' หมายถึงอุปกรณ์หรืออำนาจที่ให้มนุษย์สามารถหยุดระบบ AI ที่เริ่มมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายได้ทันที หากมีการตั้งหน่วยงานกำกับดูแลแยกต่างหากขึ้นจริง ประเด็นที่จะถูกจับตาคือรัฐบาลจะเข้าไปมีบทบาทในกระบวนการพัฒนา ทดสอบ และเปิดใช้งานโมเดล AI ความเสี่ยงสูงมากน้อยเพียงใด

เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ส่งจดหมายเชิญสมาชิกสภาคองเกรสร่วมรับฟังบรรยายสรุปแบบปิดเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) โดยระบุว่า “สภาคองเกรสตามหลังผลกระทบของเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเริ่มเป็นอันตรายนี้อยู่มาก” คำกล่าวนี้สะท้อนความกังวลของฝ่ายนิติบัญญัติที่มองว่ากลไกกำกับดูแลปัจจุบันตามไม่ทันความเร็วในการพัฒนา AI นอกจากนี้แซนเดอร์สและกลุ่มการเมืองฝ่ายก้าวหน้ายังผลักดันแนวทางจำกัดการพัฒนา 'ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์' ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดด้วย

ฝ่ายเดโมแครตกำลังพิจารณาแนวทางตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษด้าน AI หากได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้งกลางเทอม แอนนา พอลินา ลูนา (Anna Paulina Luna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอให้เปิดสมัยประชุมพิเศษของสภาคองเกรสเพื่อรับมือความเสี่ยงจาก AI ขณะที่คริส แวน โฮลเลน (Chris Van Hollen) วุฒิสมาชิก เรียกร้องให้เปิดการเจรจาด่วนระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพื่อวางระบบความปลอดภัยและการทดสอบ AI ร่วมกัน

ร่างกฎหมายที่ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตร่วมผลักดันก็อยู่ระหว่างการหารือเช่นกัน เท็ด ครูซ (Ted Cruz) วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน และเอมี โคลบูชาร์ (Amy Klobuchar) วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ระบุว่าจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายข้ามพรรคเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ AI อาจก่อความเสี่ยงร้ายแรง เช่น การเปิดทางให้เกิดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์หรือชีวภาพ

โคลบูชาร์กล่าวว่า “ชัดเจนว่าเราต้องลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอต่อไป” คำกล่าวนี้สะท้อนแรงกดดันในสภาคองเกรสที่ต้องการเร่งออกกฎหมายก่อนความเสี่ยงจะบานปลาย โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหากำหนดให้บริษัทพัฒนา AI ต้องตรวจสอบและทดสอบโมเดลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาล

ครูซกล่าวถึงความเสี่ยงของ AI ว่าเป็น “เรื่องที่น่าหวาดหวั่น”

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนมาตรการคิลสวิตช์และมาตรการอื่นเพื่อความปลอดภัยของ AI แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนว่าการกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไปอาจบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

ในทางกลับกัน มีเสียงคัดค้านที่มองว่าความเคลื่อนไหวเรียกร้องกำกับดูแลเข้มงวดครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง ครูซและเดวิด แซคส์ (David Sacks) ที่ปรึกษาด้าน AI ประจำทำเนียบขาว ตั้งคำถามถึงเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของค็อกซอน ขณะที่เทย์เลอร์ บูโดวิช (Taylor Budowich) ประธานองค์กร Innovation Council Action ระบุว่า “ข้อเรียกร้องให้ส่งต่อการกำกับดูแลและความรับผิดชอบไปให้รัฐบาลทั่วโลกนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อความปลอดภัย”

ด้านค็อกซอนชี้แจงว่าการตัดสินใจลาออกจากบริษัทเป็นการตัดสินใจของตนเองโดยอิสระ ขณะที่แอนโทรปิกออกมายืนยันว่าความเสี่ยงของ AI มีอยู่จริง และกิจกรรมด้านความปลอดภัยของบริษัทดำเนินไปด้วยความจริงใจ

ความเห็นภายในวงการ AI เองก็แตกต่างกันในเรื่องรูปแบบการกำกับดูแล โอเพนเอไอระบุว่ายินดีรับการกำกับดูแลและกฎเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล แต่มีรายงานว่าบริษัทแสดงความกังวลต่อกฎระเบียบที่อาจสร้างภาระเกินควรแก่ภาคธุรกิจ

คริส เลเฮน (Chris Lehane) หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศระดับโลกของโอเพนเอไอ เขียนในบล็อกเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “หน้าต่างของนโยบาย AI เปิดอยู่ในตอนนี้ และเราจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์” พร้อมระบุว่าจะร่วมมือกับสภาคองเกรส คำกล่าวนี้บ่งชี้ว่าแม้บริษัทเทคโนโลยีจะเห็นด้วยกับความจำเป็นของการกำกับดูแล แต่รูปแบบกฎเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรมยังอาจมีความเห็นต่างกัน

ขณะเดียวกัน สภาคองเกรสสหรัฐฯ ยังเริ่มตรวจสอบพฤติกรรมจริงของระบบ AI ด้วย จอช ฮอว์ลีย์ (Josh Hawley) วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน และริชาร์ด บลูเมนธาล (Richard Blumenthal) วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโอเพนเอไอ ชี้แจงข้อมูลกรณีที่ AI เอเจนต์หลายร้อยตัวร่วมมือกันเจาะระบบของฮักกิงเฟซ (Hugging Face)

อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายระดับสหพันธรัฐยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร เนื่องจากสมาชิกสภาคองเกรสยังมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องระดับความเข้มงวดที่ควรบังคับใช้กับ AI ประกอบกับสมัยประชุมสภาที่เหลืออยู่ไม่มากนักก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่ากฎหมายระดับสหพันธรัฐฉบับแรกที่จะเข้ามากำกับดูแลโมเดล AI โดยตรงจะออกมาได้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1